ข้อตกลงระดับการให้บริการ
2026-06-18
ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF
คำนิยามของกระบวนการ (Definitions of Process)
- ข้อตกลง (Agreement) : หมายถึงเอกสารฉบับนี้ทั้งฉบับ (ข้อกำหนดและเงื่อนไข) รวมถึงรายละเอียดใดๆ ในข้อเสนอการพัฒนาระบบและรายละเอียดค่าใช้จ่าย
- ลูกค้า (Customer) : บุคคลหรือบริษัทที่ซื้อบริการจาก Cybernetics+.
ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights) : โดยหลักแล้วหมายถึง ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และการคุ้มครองอื่นๆ สำหรับงานสร้างสรรค์และสิ่งประดิษฐ์
- ข้อกำหนด (Specification) : เอกสารใดๆ ที่อธิบายบริการที่ Cybernetics+ จะส่งมอบ เช่น ข้อเสนอ รายละเอียดค่าใช้จ่าย หรือขอบเขตของโครงการ
- วันที่ตรวจรับงาน (Acceptance Date) : วันที่ลูกค้าอนุมัติซอฟต์แวร์ขั้นสุดท้าย
- การทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Acceptance Tests) : การทดสอบ (ตามที่อธิบายไว้ในข้อกำหนด) เพื่อยืนยันว่าซอฟต์แวร์ทำงานได้ตามที่ตั้งใจไว้
- บริการเพิ่มเติม (Additional Services) : สิ่งใดๆ เพิ่มเติมที่ลูกค้าร้องขอให้ Cybernetics+ ดำเนินการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อตกลงเดิม
- ข้อกำหนด (Specification) : เอกสารใดๆ ที่อธิบายบริการที่ Cybernetics+ จะส่งมอบ เช่น ข้อเสนอ รายละเอียดค่าใช้จ่าย หรือขอบเขตของโครงการ
- คำร้องขอเปลี่ยนแปลง (Change Request) : เอกสารที่เป็นทางการเพื่อขอแก้ไขแผนงานเดิม ซอฟต์แวร์ หรือสิ่งที่ต้องส่งมอบของโครงการ
- ข้อมูลที่เป็นความลับ (Confidential Information) : รายละเอียดที่เป็นความลับเกี่ยวกับธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี ฯลฯ ของทั้งสองบริษัท
- บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Services) : บริการที่รวมถึงการประเมิน การตรวจสอบช่องโหว่ และการทดสอบการเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของลูกค้าเพื่อระบุจุดอ่อนด้านความปลอดภัย
- บริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Solution Services) : บริการระดับมืออาชีพที่ครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การจัดการข้อมูล และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อแปลงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้จริง
- สิ่งที่ต้องส่งมอบ (Deliverables) : ซอฟต์แวร์ คำแนะนำ และบริการที่ Cybernetics+ ส่งมอบตามข้อตกลง
- การใช้งานจริง (Live Operational Use) : เมื่อลูกค้าเริ่มใช้ซอฟต์แวร์สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจตามปกติ
- การใช้งานผิดประเภท (Mis-use) : การใช้ซอฟต์แวร์ในลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจไว้ตามข้อตกลงเริ่มต้น
- สิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License) : สิทธิ์การใช้งานแบบสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการสำหรับ ERP Enterprise Edition ซึ่งให้บริการและสนับสนุนโดยตรงจาก ERP S.A. หรือบริษัทในเครือระดับภูมิภาค (เช่น เจ้าของลิขสิทธิ์)
- กำหนดการชำระเงิน (Payment Schedule) : กำหนดการชำระเงินที่ระบุไว้ในข้อกำหนด
- การทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Test / Pent Test) : การจำลองการโจมตีทางไซเบอร์ที่ได้รับอนุญาตบนระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งดำเนินการเพื่อประเมินความปลอดภัยของระบบ
- ราคา (Price) : ค่าใช้จ่ายคงที่รวมสำหรับทุกสิ่งที่ Cybernetics+ จะส่งมอบตามข้อตกลง
- โครงการ (Project) : กระบวนการทั้งหมดในการพัฒนา ส่งมอบ และทดสอบซอฟต์แวร์ รวมถึงสิ่งที่ต้องส่งมอบอื่นๆ
- อัตราค่าบริการ (Rates) : ค่าใช้จ่ายรายชั่วโมงหรือรายวันสำหรับบริการของ Cybernetics+ ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลง
- ซอฟต์แวร์ (Software) : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ Cybernetics+ สร้างหรือปรับแต่งให้กับลูกค้า ตามที่อธิบายไว้ในข้อตกลง
- อุปกรณ์ที่ระบุ (Specified Equipment) : คอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการที่จำเป็นในการรันซอฟต์แวร์
- ขอบเขตการทำงาน (Statement of Work / SOW) : เอกสารที่รวบรวมและกำหนดทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับงานของโครงการ รวมถึงกำหนดการ สิ่งที่ต้องส่งมอบ และราคา
- Success Pack : ชุดชั่วโมงบริการระดับมืออาชีพที่ซื้อล่วงหน้า สำหรับการสนับสนุนแบบตามความต้องการ (On-demand) การเพิ่มประสิทธิภาพ และการปรับปรุงระบบ ERP
- ระบบ (System) : การรวมกันของอุปกรณ์ที่ระบุและซอฟต์แวร์
- ระยะเวลารับประกัน (Warranty Period) : ระยะเวลามาตรฐานสามสิบ (30) วัน (และขยายได้สูงสุดไม่เกินเก้าสิบ (90) วัน) เริ่มต้นจากวันที่เริ่มใช้งานจริง (Go-Live) ตามที่ยืนยันในเอกสารอนุมัติการเริ่มใช้งานจริง ซึ่งในระหว่างนี้ Cybernetics+ จะแก้ไขข้อบกพร่องใดๆ ของระบบ
- ชั่วโมงทำการ (Working Hours) : เวลาทำการของ Cybernetics+ ซึ่งได้แก่เวลา 09:00 น. ถึง 18:00 น. (UTC +7) วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ทิกเก็ต / ใบแจ้งงาน (Ticket) : บันทึกที่ใช้เพื่อจัดทำเอกสารและติดตามปัญหาหรือคำร้องขอความช่วยเหลือจากลูกค้า
- ปัญหา (Issue) : สภาวะที่ระบบ ERP ไม่ทำงานตามที่คาดไว้ หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้
- ข้อตกลง (Agreement) : หมายถึงเอกสารฉบับนี้ทั้งฉบับ (ข้อกำหนดและเงื่อนไข) รวมถึงรายละเอียดใดๆ ในข้อเสนอการพัฒนาระบบและรายละเอียดค่าใช้จ่าย
ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Services)
ข้อกำหนดเฉพาะที่ระบุไว้ในหัวข้อย่อยต่อไปนี้ (2.1 ถึง 2.7) จะมีผลบังคับใช้เฉพาะกับบริการที่ลูกค้าได้สั่งซื้ออย่างชัดเจนตามที่ระบุไว้ในใบสั่งขาย (Sale Order) หรือขอบเขตการทำงาน (SOW) ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ข้อกำหนดทั่วไปในหมวดที่ 3 เป็นต้นไป จะมีผลบังคับใช้กับบริการทั้งหมดที่สั่งซื้อ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
> บริการขึ้นระบบ (Implementation Services)
> สัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (Maintenance and Service Agreement / MASA)
> บริการ Success Pack (Success Pack Services)
> บริการจัดหาและจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License Procurement Services)
> บริการฝึกอบรม (Training Services)
> บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Services)
> บริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Solution Services)
บริการขึ้นระบบ (Implementation Services)
หมวดนี้อธิบายถึงกระบวนการและข้อตกลงสำหรับการพัฒนาและการส่งมอบซอฟต์แวร์ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนด (Specification) ของโครงการ
นิยามของงานที่เสร็จสิ้น (Definition of Done)
โครงการนี้แบ่งออกเป็นเฟสงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยแต่ละเฟสจะถือว่า "เสร็จสิ้น" (Done) เมื่อสิ่งที่ต้องส่งมอบทั้งหมดได้รับการดำเนินการ ตรวจสอบ และรับรองโดยลูกค้าผ่านการอนุมัติรับมอบงานอย่างเป็นทางการ (Sign-Off) โดยหลักเกณฑ์สำหรับแต่ละเฟสมีดังต่อไปนี้
- เฟสการเตรียมการ (Preparation Phase)
> ดำเนินการประชุมเปิดโครงการ (Kickoff meeting) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักจากทั้งฝั่งลูกค้าและ Cybernetics+
> มีความชัดเจนในเรื่องเป้าหมายของโครงการ กรอบเวลา ช่องทางการสื่อสาร และความรับผิดชอบของทีมงาน
> จัดทำเอกสารข้อมูลที่จำเป็นล่วงหน้า (Prerequisite Document) เพื่อรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจ เทคนิค และการปฏิบัติงานที่จำเป็นจากลูกค้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis)
> ลูกค้ายืนยันข้อมูลนำเข้าที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการเริ่มโครงการ - เฟสการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis Phase)
> ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อทบทวนกระบวนการทางธุรกิจ
> ส่งมอบรายงานการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis Report) โดยระบุเปรียบเทียบระหว่างกระบวนการปัจจุบันและกระบวนการที่ต้องการ
> ลงนามยอมรับขอบเขตงานและข้อเสนอแนะที่สรุปขั้นสุดท้าย - เฟสการตั้งค่าระบบ (Configuration Phase)
> ตั้งค่าโมดูลมาตรฐานตามความต้องการที่ได้จากการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis)
> โหลดข้อมูลสาธิตหรือข้อมูลเทมเพลตล่วงหน้า (ถ้ามี)
> ตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงพื้นฐานและกลุ่มผู้ใช้งาน - เฟสการเริ่มใช้ระบบ (Implementation Phase)
> การจัดตั้งระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นของไทย (Thai localization) หรือความต้องการทางธุรกิจเฉพาะ
> ทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ภายในโดย Cybernetics+
> ส่งมอบสภาพแวดล้อมระบบ (Environment) ให้แก่ลูกค้าเพื่อดำเนินการทดสอบ - เฟสการปรับแต่งระบบเฉพาะ (Customization Phase)
> ดำเนินการตามคำร้องขอเปลี่ยนแปลง (CR) ที่ได้รับอนุมัติ ตามข้อกำหนดการปรับแต่งระบบที่ได้ลงนามร่วมกัน
> เพิ่มและตรวจสอบความถูกต้องของโมดูลเฉพาะ รายงาน หรือตรรกะของระบบ (Logic)
> บันทึกข้อมูลผลการทดสอบย่อย (Unit test) ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร - เฟสการสร้าง API (Construct API Phase)
> พัฒนา API สำหรับระบบภายนอก (เช่น ระบบเป้าหมาย โลจิสติกส์ ช่องทางการชำระเงิน เป็นต้น)
> ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของการไหลของข้อมูล (Data flow)
> ส่งมอบเอกสารอธิบายจุดเชื่อมต่อระบบ (Endpoints) - เฟสการออกแบบเว็บไซต์ (Web Design Phase)
> ออกแบบหน้าเว็บตาม UI/UX ที่ตกลงกันไว้
> ธีมและเลย์เอาต์ได้รับการอนุมัติจากลูกค้า
> ส่งมอบเวอร์ชันทดสอบ (Staging version) เพื่อให้ลูกค้าทบทวน - เฟสการผลิตสื่อภาพและเสียง (Visual Production Phase)
> สร้างเนื้อหาสื่อ (เช่น รูปภาพ, วิดีโอ) ตามขอบเขตที่กำหนด
> ส่งมอบสินทรัพย์ (Assets) ในรูปแบบและความละเอียดที่ตกลงกันไว้
> นำคำติชมของลูกค้าไปปรับปรุงก่อนการส่งมอบขั้นสุดท้าย - เฟสการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Biz Consult Phase)
> ให้การสนับสนุนในการปรับปรุงกระบวนการทำงานทางธุรกิจและการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change management)
> ส่งมอบข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการหรือตัวชี้วัดผลงานหลัก (KPIs)
> เสร็จสิ้นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหรือการสอนงาน (Coaching) แก่ลูกค้า - เฟสการส่งมอบโครงการ (Project Delivery Phase)
> ลูกค้าลงนามในเอกสารอนุมัติผลการทดสอบระบบ (UAT Sign-Off Document) เพื่อยืนยันว่าฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดของระบบเป็นไปตามสถานการณ์การทดสอบที่ตกลงกันไว้
> ลูกค้าดำเนินการฝึกอบรมผู้ใช้งานภายในและลงนามในเอกสารยืนยันการฝึกอบรม (Training Sign-Off Document) ที่จัดทำโดย Cybernetics+.
> ลูกค้าลงนามในเอกสารอนุมัติการเริ่มใช้งานจริง (Go Live Sign-Off Document) เพื่อยืนยันความพร้อมสำหรับการเปิดตัวระบบเต็มรูปแบบและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาพแวดล้อมการใช้งานจริง
> ข้อมูลประจำตัวระบบ (Credentials) การตั้งค่า และเอกสารการส่งมอบงานทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่ลูกค้า - เฟสการรันระบบคู่ขนาน / ระยะเวลารับประกัน (Parallel / Warranty Phase)
> ระบบทำงานคู่ขนานกับระบบเก่า (หากจำเป็น)
> การติดตามและแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug tracking) และการปรับปรุงเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับความเสถียรของระบบได้รับการจัดการเรียบร้อย
> ระยะเวลารับประกันมาตรฐาน (Standard Warranty Period) มีกำหนด สามสิบ (30) วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งานจริง (Go-Live) โดยลูกค้ามีหน้าที่ต้องดำเนินการทดสอบความเสถียรและลงนามอนุมัติรับรองผลความเสถียรของระบบขั้นสุดท้ายภายในกรอบเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีข้อบกพร่องระดับวิกฤตที่ยังแก้ไขไม่เสร็จสิ้น หรือมีข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร ระยะเวลารับประกันอาจขยายออกไปได้ตามความจำเป็น แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ระยะเวลารับประกันรวมทั้งหมด สูงสุดจะต้องไม่เกินเก้าสิบ (90) วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งานจริง และให้ระยะเวลารับประกันสิ้นสุดลงทันที
> การสนับสนุนในช่วงระยะเวลารับประกันจะรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของบริการขึ้นระบบ (Implementation Services) สำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องหลังจากสิ้นสุดระยะเวลานี้จะให้บริการภายใต้สัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (MASA) แยกต่างหากซึ่งมีค่าบริการ - หมายเหตุสำคัญ (Important Notes)
> แต่ละเฟสงานกำหนดให้ต้องมีการลงนามอนุมัติ (Sign-Off) อย่างเป็นทางการจากลูกค้าก่อนที่จะดำเนินการในเฟสถัดไป
> คำร้องขอใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เฟสงานนั้นๆ เสร็จสิ้น (DONE) แล้ว จะถือเป็นความต้องการใหม่ (New Requirements) ซึ่งจะมีการเสนอราคาแยกต่างหาก
- เฟสการเตรียมการ (Preparation Phase)
สัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (Maintenance and Service Agreement / MASA)
หมวดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขการบริการสำหรับการบำรุงรักษาและการสนับสนุนระบบ ERP ที่ได้ติดตั้งและใช้งานอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และต่อเนื่อง
ข้อตกลงการบำรุงรักษาและการบริการรายปี (Annual Maintenance and Service Agreement)
- การเริ่มต้นบริการ (Service Commencement)
เมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษาและการบริการรายปีเรียบร้อยแล้ว Cybernetics+ จะให้บริการแก่ลูกค้าตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เริ่มต้นการสนับสนุน (Support Commencement Date) ทั้งนี้ บริการรายปีนี้จะต่ออายุโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะมีการยกเลิกโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอบเขตการให้บริการ MASA (Scope of MASA Services)
บริการนี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้มั่นใจว่าระบบ ERP ของลูกค้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และต่อเนื่อง บริการประกอบด้วย- การบริหารจัดการบริการ (Service Management)
ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในการบริหารจัดการคำขอบริการทั้งหมดผ่านระบบทิกเก็ต (Ticket System) - การบำรุงรักษาส่วนปรับแต่ง (Customization Maintenance)
บำรุงรักษาส่วนต่างๆ ที่ได้รับการปรับแต่งเฉพาะสำหรับระบบ ERP ของลูกค้าเพื่อให้มั่นใจว่าฟังก์ชันการทำงานเหล่านั้นทำงานได้อย่างถูกต้อง - การประชุมสนับสนุน (Support Meeting)
จัดการประชุมตามรอบเวลาร่วมกับลูกค้าเพื่อติดตามความคืบหน้าของการบริการและหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง - การสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ (Server Backup)
ดำเนินการสำรองข้อมูลระบบ ERP โดยอัตโนมัติและจัดเก็บไว้ตามกำหนดการมาตรฐาน สำหรับรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับระยะเวลาการเก็บรักษา ความซ้ำซ้อนของข้อมูล และกระบวนการกู้คืนระบบในกรณีฉุกเฉิน โปรดอ้างอิงจากหัวข้อ 8 หรือหมวด "นโยบายการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ" (Data Backup and Disaster Recovery Policy) ของข้อตกลงฉบับนี้ - การสนับสนุนด้านการใช้งานและด้านเทคนิค (Usage & Technical Support)
ให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคผ่านช่องทางที่กำหนด - การฝึกอบรม (Training)
ให้สิทธิ์การจัดฝึกอบรมจำนวนหนึ่งครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 6 ชั่วโมง) ต่อรอบระยะเวลาสัญญา สิทธิ์การฝึกอบรมที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถสะสมไปใช้ในรอบถัดไปหรือนำมาขอคืนเงินได้ - การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ (Expert Consultation)
ให้สิทธิ์การปรึกษาออนไลน์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง) ต่อเดือน สิทธิ์การปรึกษาที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปหรือนำมาขอคืนเงินได้
- การบริหารจัดการบริการ (Service Management)
- การเริ่มต้นบริการ (Service Commencement)
ระดับการสนับสนุน MASA และเวลาในการตอบสนอง (MASA Support Levels and Response Times)
- ชั่วโมงทำการสนับสนุน (Support Hours)
บริการจะดำเนินการตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 18:00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ในประเทศไทย - วิธีการสนับสนุน (Method of Support)
บริการสนับสนุนทั้งหมดจะดำเนินการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางสื่อสารทางไกลอื่นๆ การสนับสนุน ณ สถานที่หน้างาน (On-site support) จะไม่รวมอยู่ในขอบเขตเว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น และหากจำเป็นต้องดำเนินการ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับค่าเดินทางและที่พัก - ตัวชี้วัดสัญญาระดับการบริการ (SLA Metrics)
สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อตกลงฉบับนี้ "เวลาตอบสนอง" (Response Time) หมายถึง ระยะเวลาการรับทราบข้อบกพร่องที่รายงาน; "การแจ้งแนวทางแก้ไข" (Feedback Solution) หมายถึง กรอบเวลาสำหรับการจัดทำแผนเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา; และ "เวลาในการแก้ไข" (Resolution Time) หมายถึง เป้าหมายระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ คู่สัญญารับทราบและตกลงร่วมกันว่า ผู้ให้บริการบริหารจัดการทรัพยากรและการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบ รอบการทำงานคงที่ทุกๆ สิบสี่ (14) วัน (Development Sprint) ดังนั้น สำหรับข้อบกพร่องที่ไม่ได้อยู่ในระดับวิกฤต (Severity ระดับ 3 และ 4) ปัญหาดังกล่าวจะถูกจัดสรรและนำเข้าสู่แผนงานในรอบการทำงาน (Sprint) ถัดไปหลังจากวันที่ได้รับแจ้งเหตุ โดยมีกรอบเวลาในการแก้ไขเสร็จสิ้นตามที่กำหนดไว้ในตารางด้านล่าง - ตารางระดับความรุนแรง (Severity Table)
ระดับความรุนแรง
คำอธิบาย
เวลาตอบสนองการแจ้งแนวทางแก้ไขเวลาในการแก้ไขหมายเหตุ
ระบบล่ม
(ระดับ 1)ผู้ใช้งานทั้งหมดหรือจำนวนมาก (มากกว่า 50%) ไม่สามารถเข้าใช้งานระบบเพื่อปฏิบัติงานตามปกติได้ หรือฟังก์ชันหลักของระบบหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง
และ ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว4
ชั่วโมงทำการภายใน 1 วันทำการภายใน 3 วันทำการดำเนินการแบบเร่งด่วนทันที
ระบบทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง
(ระดับ 2)ระบบภาพรวมยังคงใช้งานได้ แต่ฟังก์ชันสำคัญที่มีผลกระทบขั้นวิกฤตต่อธุรกิจ เกิดความล้มเหลวไม่สามารถทำงานได้
และ ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว แม้จะเกิดกับผู้ใช้งานรายบุคคลก็ตาม8
ชั่วโมงทำการภายใน 2 วันทำการภายใน 7 วันทำการดำเนินการแบบคิวแทรกพิเศษ
การดำเนินงานติดขัดทั่วไป
(ระดับ 3)ระบบหรือฟังก์ชันการทำงานบางส่วนถูกจำกัด หรือประสิทธิภาพลดลงช้าลง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางธุรกิจขั้นวิกฤต
หรือ เป็นปัญหาที่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว ที่ช่วยให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจต่อไปได้12
ชั่วโมงทำการภายใน 3 วันทำการภายใน 14 วันทำการดำเนินการแบบคิวแทรกพิเศษ
ปัญหาด้านข้อมูลหรือคำขอทั่วไประบบทำงานได้ตามปกติ แต่มีการแสดงผลข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบางจุด หรือผู้ใช้งานรายบุคคลติดปัญหาการเข้าใช้ระบบโดยไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการทำงานหลัก
หรือ เป็นคำร้องขอคำแนะนำการใช้งานทั่วไป16
ชั่วโมงทำการภายใน 4 วันทำการภายในรอบการทำงาน (Sprint) ถัดไปสูงสุดไม่เกิน 28 วันทำการ นับจากวันที่แจ้งปัญหา
- การอัปเดตความคืบหน้า (Progress Updates) : ลูกค้าจะได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารนี้จะเกิดขึ้นอย่างน้อยทุกๆ สองชั่วโมงสำหรับปัญหาในระดับวิกฤต (Severity 1 และ 2)
- ชั่วโมงทำการสนับสนุน (Support Hours)
ความรับผิดชอบของลูกค้าสำหรับการสนับสนุน (Customer Responsibilities for Support)
- ในการขอรับบริการสนับสนุน ลูกค้าจะต้องส่งใบแจ้งงาน (Ticket) พร้อมระบุรายละเอียดข้อความอธิบายปัญหาอย่างละเอียด รวมถึงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดปัญหานั้น และจัดส่งข้อมูลอื่นๆ ตามที่ Cybernetics+ ร้องขอ (เช่น ภาพถ่ายหน้าจอ และไฟล์บันทึกระบบ หรือ Log files) เพื่อให้ทีมงานสามารถจำลองปัญหาที่เกิดขึ้นได้
- ลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบแก่ Cybernetics+ อย่างเพียงพอเพื่อความสะดวกในการวินิจฉัยข้อผิดพลาด
- ลูกค้าจะต้องใช้งานซอฟต์แวร์และดูแลรักษาข้อมูลให้เป็นไปตามคำแนะนำทั้งหมดที่ได้รับจาก Cybernetics+ อย่างเคร่งครัด
- ในการขอรับบริการสนับสนุน ลูกค้าจะต้องส่งใบแจ้งงาน (Ticket) พร้อมระบุรายละเอียดข้อความอธิบายปัญหาอย่างละเอียด รวมถึงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดปัญหานั้น และจัดส่งข้อมูลอื่นๆ ตามที่ Cybernetics+ ร้องขอ (เช่น ภาพถ่ายหน้าจอ และไฟล์บันทึกระบบ หรือ Log files) เพื่อให้ทีมงานสามารถจำลองปัญหาที่เกิดขึ้นได้
ขอบเขตการดูแลและข้อจำกัด (Scope of Care and Limitations)
- ขอบเขตที่ครอบคลุม (Covered Scope)
บริการนี้ครอบคลุมเฉพาะส่วนของระบบที่ได้รับการติดตั้งและปรับแต่งโดย Cybernetics+ และเฉพาะสิทธิ์การใช้งาน (User licenses) ที่ได้รับอนุญาตผ่าน Cybernetics+ เท่านั้น - การสิ้นสุดข้อตกลงเป็นโมฆะ (Voiding of Agreement)
ข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงทันทีหากลูกค้าดำเนินการแก้ไข ปรับแต่ง หรือเพิ่มขยายระบบด้วยตนเองโดยอิสระ ข้อยกเว้นทั่วไป (General Exclusions)
Cybernetics+ จะไม่มีความผูกพันในการให้บริการสนับสนุนสำหรับปัญหาที่เกิดจาก- การปรับแต่งหรือแก้ไขซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์อื่นใดนอกเหนือจากตัวซอฟต์แวร์หลักเอง
- การใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่เหมาะสมหรือไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการใช้งานผิดประเภทหรือความผิดพลาดของผู้ใช้งาน
- ข้อผิดพลาดที่มีต้นเหตุมาจากฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายของลูกค้า
- โปรแกรมใดๆ ที่นำมาใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์โดยที่โปรแกรมเหล่านั้นไม่ได้จัดหาให้โดย Cybernetics+
- การที่ลูกค้าไม่ดำเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ (Software Release) ที่ Cybernetics+ จัดหาให้ภายใน 30 วัน
- การใช้ส่วนประกอบของซอฟต์แวร์ในรูปแบบใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในคำแนะนำการใช้งานที่จัดหาให้โดย Cybernetics+
- การใช้ซอฟต์แวร์ร่วมกับฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ หรือซอฟต์แวร์สนับสนุนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์ที่ระบุ
- การแก้ไข การตั้งค่า หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ทำต่อสถาปัตยกรรมระบบ โครงสร้างฐานข้อมูล แผนผังการทำงานของผู้ใช้ หรือรายงานของระบบ โดยใช้เครื่องมือปรับแต่งที่มีมากับระบบ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเครื่องมือปรับแต่งระบบด้วยตนเองของ ERP เช่น Odoo Studio) โดยลูกค้าหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+ ทั้งนี้ ข้อผิดพลาดของระบบ ประสิทธิภาพที่ลดลง หรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูลใดๆ ที่เป็นผลมาจากการกระทำดังกล่าว จะถูกยกเว้นออกจากการสนับสนุนมาตรฐานโดยเด็ดขาด และจะถือว่าเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งหมด
- การปรับแต่งหรือแก้ไขซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ขอบเขตที่ครอบคลุม (Covered Scope)
ค่าบริการและค่าธรรมเนียม (Chargeable Services and Fees)
- บริการซัพพอร์ตที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Chargeable Support)
เวลาใดๆ ที่ Cybernetics+ ใช้ในการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อยกเว้นความรับผิดชอบ (ข้อ 2.2.4.3 / ข้อยกเว้นทั่วไป) จะมีการคิดค่าบริการตามอัตราปัจจุบันในขณะนั้น - บริการเร่งด่วนพิเศษและการร้องขอคิวแทรก (Urgent Services and Ad-Hoc Requests)
ในกรณีที่ลูกค้าร้องขอให้ดำเนินการตรวจสอบ แก้ไขปัญหา หรือจัดการประชุมแบบเร่งด่วนทันที สำหรับปัญหาที่ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรงทั่วไป (Severity 3 หรือ 4) โดยต้องการข้ามขั้นตอนการรอรอบการทำงาน (Sprint-Based Scheduling) ตามปกติ การร้องขอดังกล่าวจะถือเป็น "คำร้องขอบริการเร่งด่วนพิเศษ" หากลูกค้าไม่ได้สั่งซื้อแพ็กเกจการสนับสนุนแบบเร่งด่วน (Pre-purchased Urgent Package) ไว้ล่วงหน้า Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการประเมินและเรียกเก็บค่าบริการใน "อัตราเร่งด่วนพิเศษ" (Urgent Issue Ticket Rate) ซึ่งจะมีอัตราค่าบริการที่สูงกว่าอัตรามาตรฐานปกติ ทั้งนี้ Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบรับหรือปฏิเสธคำร้องขอบริการเร่งด่วนพิเศษดังกล่าว โดยพิจารณาจากความพร้อมของทรัพยากรบุคคลในขณะนั้นเป็นสำคัญ - การชำระค่าธรรมเนียมรายปี (Annual Fee Payment)
ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษาและการบริการรายปีให้แก่ Cybernetics+ ในหรือก่อนวันที่เริ่มต้นการสนับสนุน บริการสนับสนุนจะไม่ถูกเปิดระบบจนกว่าจะได้รับชำระเงินเต็มจำนวน - การต่ออายุรายปี (Annual Renewal)
หากต้องการยกเลิกการต่ออายุบริการซัพพอร์ตอัตโนมัติ ลูกค้าต้องส่งหนังสือแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ Cybernetics+ ล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วันก่อนถึงวันต่ออายุสัญญา - การยกเลิกสัญญา (Cancellation)
ลูกค้าอาจขอยกเลิกบริการซัพพอร์ตเมื่อใดก็ได้ในระหว่างปี แต่จะไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมรายปี (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ในทุกกรณี - การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียม (Fee Increase)
Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับรอบการต่ออายุสัญญาถัดไป โดยจะแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนถึงวันต่ออายุสัญญา
- บริการซัพพอร์ตที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Chargeable Support)
บริการ Success Pack (Success Pack Services)
หมวดนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับบริการ Success Pack ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การสนับสนุนที่มีโครงสร้างชัดเจนและเป็นไปตามความต้องการ (On-demand) สำหรับการปรับใช้งาน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการปรับปรุงระบบ ERP
- ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
Cybernetics+ จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของลูกค้าเพื่อส่งมอบการปรับปรุง การให้คำแนะนำ และการสนับสนุนตามเป้าหมาย บริการอาจรวมถึงการตั้งค่าระบบ การปรับแต่งเฉพาะ การนำเข้าข้อมูล การฝึกอบรม และการให้คำแนะนำทั่วไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดของ Success Pack รูปแบบบริการ ระยะเวลา และการหมดอายุ (Service Model, Duration, and Expiration)
- บริการ Success Pack จะใช้งานได้ตามจำนวนชั่วโมงที่สั่งซื้อ
- บริการจะดำเนินต่อไปจนกว่าชั่วโมงที่จัดสรรไว้จะถูกใช้งานจนหมด หรือจนกว่าจะถึงวันสิ้นสุดสัญญา แล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน
- ชั่วโมงทั้งหมดภายใต้ Success Pack จะต้องถูกใช้งานก่อนวันสิ้นสุดสัญญา ชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถยกยอด (Roll over) ไปยังรอบระยะเวลาใหม่ได้ เว้นแต่จะมีการทำข้อตกลงต่ออายุสัญญาแยกต่างหาก
- บริการ Success Pack จะใช้งานได้ตามจำนวนชั่วโมงที่สั่งซื้อ
ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)
- ลูกค้าต้องรักษาอายุสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License) ให้มีผลใช้งานอยู่ตลอดระยะเวลาการให้บริการ
- ลูกค้าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสมาชิกในทีมที่ได้รับมอบหมายมีความพร้อมสำหรับการร่วมมือ ให้คำติชมที่ทันท่วงที และดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งมอบบริการที่ประสบความสำเร็จและป้องกันความล่าช้า
- ลูกค้าต้องรักษาอายุสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License) ให้มีผลใช้งานอยู่ตลอดระยะเวลาการให้บริการ
- ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
ลูกค้ามีสิทธิ์ร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มขอบเขตการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับค่าบริการที่เพิ่มขึ้นและการปรับเปลี่ยนระยะเวลาโครงการที่จำเป็น โดยจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป การสิ้นสุดสัญญาและการคืนเงิน (Termination and Refunds)
- หาก Cybernetics+ ไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานบริการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจยุติสัญญาและร้องขอคืนเงินสำหรับส่วนของชั่วโมง Success Pack ที่ยังไม่ได้ใช้งานได้
- ในทางกลับกัน หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนหรือไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอของ Cybernetics+ ทาง Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือยุติการให้บริการโดยไม่ต้องคืนเงินสำหรับชั่วโมงที่เหลืออยู่ใดๆ
- หาก Cybernetics+ ไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานบริการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจยุติสัญญาและร้องขอคืนเงินสำหรับส่วนของชั่วโมง Success Pack ที่ยังไม่ได้ใช้งานได้
- ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
บริการจัดหาและจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License Procurement Services)
หมวดนี้กำหนดสำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP ในนามของลูกค้าขอบเขตบริการและบทบาทตัวกลาง (Scope of Service and Intermediary Role)
Cybernetics+ จะทำหน้าที่เป็นเพียง "ตัวกลาง" ในการสั่งซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP Enterprise License จากเจ้าของลิขสิทธิ์ (Copyright Owner) ในนามของลูกค้าเท่านั้น
ความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับการสนับสนุน การรับประกัน และบริการของตัวสิทธิ์การใช้งาน ERP จะได้รับการดูแลโดยตรงและเฉพาะจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น Cybernetics+ จะไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อการหยุดชะงักของบริการ การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้าและเจ้าของลิขสิทธิ์
ระยะเวลาบริการ (Service Duration)
ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาการสมัครสมาชิกสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License subscription period) ตามที่ระบุไว้ในใบสั่งซื้อความรับผิดชอบของลูกค้าและการชำระเงิน (Client Responsibilities and Payment)
ลูกค้าต้องชำระเงินค่าสิทธิ์การใช้งานเต็มจำนวนให้แก่ Cybernetics+ ก่อนที่ Cybernetics+ จะดำเนินการจัดซื้อจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการอ่าน ยอมรับ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้งานและนโยบายทั้งหมดของเจ้าของลิขสิทธิ์
การระงับบริการและการหยุดชะงักของสิทธิ์การใช้งาน (Service Suspension and License Disruption)
หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามพันธะผูกพันในการชำระเงินหรือไม่สามารถให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับกระบวนการจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับบริการจัดซื้อโดยไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่มีการคืนเงินใดๆ
กรณีที่ หากเกิดผิดพลาดในการชำระเงินของลูกค้าไม่ตรงเวลา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการระงับหรือสิ้นสุดสิทธิ์การใช้งาน ERP โดยเจ้าของลิขสิทธิ์ Cybernetics+ จะไม่รับผิดชอบต่อการหยุดชะงักของบริการหรือการสูญหายของข้อมูลที่เป็นผลตามมา ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นสำหรับการเปิดใช้งานระบบใหม่ (Reactivation) ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับภาระทั้งหมด
- การสิ้นสุดสัญญาและการคืนเงิน (Termination and Refunds)
หาก Cybernetics+ ไม่สามารถจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP ให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้หลังจากได้รับชำระเงินแล้ว ลูกค้าอาจยกเลิกข้อตกลงและร้องขอคืนเงินสำหรับรายการธุรกรรมที่ยังไม่ได้ดำเนินการได้ - ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
ลูกค้าอาจร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มขอบเขตของบริการจัดซื้อ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การเจรจาต่อรองราคาใหม่และการปรับเปลี่ยนกรอบเวลา ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายเป็นรายกรณีไป
บริการฝึกอบรม (Training Services)
ข้อกำหนดนี้สำหรับบริการฝึกอบรมระดับมืออาชีพที่ส่งมอบโดย Cybernetics+ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ทีมงานของลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานจริงได้
ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
- Cybernetics+ ให้บริการฝึกอบรมในหัวข้อทางธุรกิจและเทคนิค ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การฝึกอบรมระบบ ERP, แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง, ความตระหนักรู้ด้าน PDPA และความปลอดภัยทางไซเบอร์ และหัวข้อเฉพาะทางอื่นๆ
- บริการฝึกอบรมนี้ให้บริการเป็นแพ็กเกจแบบสแตนด์อโลน (Standalone) ซึ่งครอบคลุมถึงการฝึกอบรม ERP สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการขึ้นระบบเริ่มต้นกับ Cybernetics+ ตลอดจนลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการเซสชันการฝึกอบรมทบทวนความรู้หรือหลักสูตรขั้นสูง
- Cybernetics+ มีตัวเลือกการฝึกอบรมทั้งแบบออนไลน์ (Online) และแบบหน้างาน (Onsite) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้า เนื้อหาการฝึกอบรมสามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้าได้
- Cybernetics+ ให้บริการฝึกอบรมในหัวข้อทางธุรกิจและเทคนิค ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การฝึกอบรมระบบ ERP, แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง, ความตระหนักรู้ด้าน PDPA และความปลอดภัยทางไซเบอร์ และหัวข้อเฉพาะทางอื่นๆ
การส่งมอบบริการและกำหนดการ (Service Delivery and Schedule)
- เซสชันการฝึกอบรมจะให้บริการเป็นรายวัน ระยะเวลาของการฝึกอบรมในแต่ละวันโดยทั่วไปคือแปดชั่วโมง (รวมเวลาพัก) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
- กำหนดการต่างๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่าง Cybernetics+ และลูกค้าเพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการดำเนินงานของลูกค้า
- หากจำเป็นต้องมีหัวข้อหรือเซสชันเพิ่มเติมเกินกว่าจำนวนวันที่ตกลงกันไว้ อาจมีการเสนอการฝึกอบรมเพิ่มเติมในอัตราค่าบริการรายวันแบบสัดส่วน (Prorated daily rate) เมื่อได้รับความเห็นชอบร่วมกัน
- เซสชันการฝึกอบรมจะให้บริการเป็นรายวัน ระยะเวลาของการฝึกอบรมในแต่ละวันโดยทั่วไปคือแปดชั่วโมง (รวมเวลาพัก) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)
- สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์ (Online Training)
ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบว่าทีมงานของตนมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (เช่น พื้นที่ที่เงียบสงบ, ฮาร์ดแวร์ที่จำเป็น) สำหรับเซสชันการฝึกอบรมเสมือนจริง - สำหรับการฝึกอบรมหน้างาน (Onsite Training)
ลูกค้าต้องจัดเตรียมพื้นที่ฝึกอบรมที่เหมาะสมซึ่งพร้อมด้วยฮาร์ดแวร์ที่จำเป็น (เช่น เครื่องโปรเจกเตอร์, คอมพิวเตอร์) ที่นั่ง และสิทธิ์การเข้าใช้งานสภาพแวดล้อมระบบ ERP เฉพาะของลูกค้าตามที่ร้องขอ - ลูกค้าควรระบุตัวบุคคลที่เหมาะสมเข้าร่วมเซสชันและตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อรับประโยชน์สูงสุดจากการฝึกอบรม
- สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์ (Online Training)
นโยบายการแก้ไข การยกเลิก และการเปลี่ยนกำหนดการ (Modification, Cancellation, and Rescheduling Policy)
- การแก้ไข (Modification)
หากลูกค้าร้องขอแก้ไขกำหนดการหรือขอบเขตการฝึกอบรม Cybernetics+ กำหนดให้ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยสาม (3) วันทำการสำหรับการฝึกอบรมออนไลน์ และห้า (5) วันทำการสำหรับการฝึกอบรมหน้างาน การเปลี่ยนแปลงใดๆ จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของที่ปรึกษาและอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม - การยกเลิก (สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์)
การยกเลิกที่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเซสชันที่กำหนดไว้ อาจมีค่าธรรมเนียมการยกเลิกเทียบเท่ากับ 50% ของอัตราค่าฝึกอบรมรายวัน - การยกเลิก (สำหรับการฝึกอบรมหน้างาน)
การยกเลิกที่เกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเซสชันที่กำหนดไว้ อาจมีค่าธรรมเนียมสำหรับค่าเดินทางและที่พักที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เพิ่มเติมจากค่าปรับ 50% ของอัตราค่าฝึกอบรมรายวัน
- การแก้ไข (Modification)
ข้อผูกพันระดับการให้บริการ (Service Level Commitment)
- สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์
Cybernetics+ จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อจัดการกับปัญหาการเชื่อมต่อหรือปัญหาแพลตฟอร์มฝั่งผู้ให้บริการในระหว่างชั่วโมงการฝึกอบรมที่กำหนดไว้ - สำหรับการฝึกอบรมหน้างาน
Cybernetics+ จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานฝึกอบรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมพร้อมที่จะส่งมอบการฝึกอบรม ณ สถานที่ของลูกค้าหรือสถานที่ที่ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ
- สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์
บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Services)
ข้อกำหนดนี้สำหรับบริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งครอบคลุมถึงการประเมิน การตรวจสอบ และการทดสอบการเจาะระบบ (Penetration testing) ของโครงสร้างพื้นฐานไอทีของลูกค้า
ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
- Cybernetics+ จะดำเนินการตรวจสอบและทดสอบเครือข่าย เว็บแอปพลิเคชัน และการตั้งค่าระบบของลูกค้าอย่างครอบคลุมเพื่อระบุช่องโหว่และความเสี่ยง
- สิ่งที่ต้องส่งมอบหลักประกอบด้วยรายงานโดยละเอียดและข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของลูกค้า
- Cybernetics+ จะดำเนินการตรวจสอบและทดสอบเครือข่าย เว็บแอปพลิเคชัน และการตั้งค่าระบบของลูกค้าอย่างครอบคลุมเพื่อระบุช่องโหว่และความเสี่ยง
การส่งมอบบริการและระยะเวลา (Service Delivery and Duration)
- บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์จะส่งมอบในรูปแบบโครงการที่มีกรอบเวลาเฉพาะเจาะจงตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)
- การส่งมอบบริการขึ้นอยู่กับการจัดเตรียมสิทธิ์การเข้าถึงและข้อมูลที่จำเป็นของลูกค้าอย่างทันท่วงที
- หากลูกค้าต้องการการทดสอบเพิ่มเติมหรือการประเมินตามรอบเวลา จะต้องมีการเจรจาต่อรองและทำข้อตกลงหรือต่ออายุบริการใหม่
- บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์จะส่งมอบในรูปแบบโครงการที่มีกรอบเวลาเฉพาะเจาะจงตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)
ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)
- ลูกค้าจำเป็นต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบ เครือข่าย และแอปพลิเคชันทั้งหมดภายใต้ขอบเขตการทำงานแก่ Cybernetics+ อย่างเต็มรูปแบบและทันท่วงที รวมถึงข้อมูลประจำตัว (Credentials) และการอนุญาตที่จำเป็น
- ลูกค้าต้องระบุผู้ประสานงานหลักทางเทคนิคเพื่อความสะดวกในการประสานงาน
- ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการทบทวนและดำเนินการตามข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงที่จัดหาให้โดย Cybernetics+
- ลูกค้าจำเป็นต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบ เครือข่าย และแอปพลิเคชันทั้งหมดภายใต้ขอบเขตการทำงานแก่ Cybernetics+ อย่างเต็มรูปแบบและทันท่วงที รวมถึงข้อมูลประจำตัว (Credentials) และการอนุญาตที่จำเป็น
การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล (Confidentiality and Data Security)
- Cybernetics+ จะรับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดที่เข้าถึงในระหว่างการดำเนินงานจะได้รับการจัดการด้วยระดับการรักษาความลับสูงสุด
- ผลการตรวจสอบ รายงาน และข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้จะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและแบ่งปันเฉพาะกับบุคคลที่ได้รับอนุญาตภายในองค์กรของลูกค้าเท่านั้น
- Cybernetics+ จะรับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดที่เข้าถึงในระหว่างการดำเนินงานจะได้รับการจัดการด้วยระดับการรักษาความลับสูงสุด
- ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
หากลูกค้าร้องขอแก้ไขหรือต้องการบริการเพิ่มเติม (เช่น การขยายขอบเขตการทดสอบ) การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การเจรจาต่อรองราคาตามสัญญาและกรอบเวลาใหม่ โดยบันทึกไว้ในข้อตกลงเพิ่มเติม การสิ้นสุดสัญญา (Termination)
- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยุติข้อตกลงนี้ได้หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันที่เป็นสาระสำคัญของตน
- ในกรณีที่มีการยุติสัญญา ลูกค้าจะได้รับการเรียกเก็บค่าบริการสำหรับบริการทั้งหมดที่ได้ดำเนินการไปแล้วจนถึงจุดที่สัญญาสิ้นสุดลง หาก Cybernetics+ ไม่สามารถส่งมอบบริการตามที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจร้องขอคืนเงินสำหรับเฟสงานที่ยังไม่เสร็จสิ้นของโครงการได้
- ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยุติข้อตกลงนี้ได้หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันที่เป็นสาระสำคัญของตน
ข้อผูกพันระดับการให้บริการ (Service Level Commitment)
- Cybernetics+ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการประเมินความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งหมดโดยใช้วิธีการที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมและพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
- รายงานและผลการตรวจสอบทั้งหมดจะถูกส่งมอบภายในกรอบเวลาที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)
- Cybernetics+ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการประเมินความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งหมดโดยใช้วิธีการที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมและพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
บริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Solution Services)
ข้อกำหนดนี้ สำหรับบริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งรวมถึงการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Management) และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Advanced Data Analytics)- ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
บริการนี้รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการข้อมูล และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อช่วยให้ลูกค้าแปลงข้อมูลของตนให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้จริง การส่งมอบบริการและระยะเวลา (Service Delivery and Duration)
- บริการจะถูกส่งมอบภายในระยะเวลาโครงการที่ตกลงกันไว้ ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)
- หากจำเป็นต้องมีบริการเพิ่มเติมหลังจากการมีส่วนร่วมเริ่มแรก จะต้องมีการเจรจาข้อตกลงหรือการต่ออายุใหม่ บริการที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถยกยอดไปยังข้อตกลงใหม่ได้เว้นแต่จะตกลงกันไว้โดยเฉพาะ
- บริการจะถูกส่งมอบภายในระยะเวลาโครงการที่ตกลงกันไว้ ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)
ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)
- ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมสิทธิ์การเข้าถึงแหล่งข้อมูล ฐานข้อมูล และระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับโครงการอย่างทันท่วงที
- ลูกค้าต้องระบุผู้ประสานงานหลักเพื่อประสานงานกับ Cybernetics+ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลติชมและความพร้อมของทรัพยากรที่ทันท่วงที
- ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมงานภายในมีส่วนร่วมในการฝึกอบรมและกระบวนการถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากโซลูชันที่จัดหาให้อย่างเต็มที่
- ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมสิทธิ์การเข้าถึงแหล่งข้อมูล ฐานข้อมูล และระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับโครงการอย่างทันท่วงที
การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล (Confidentiality and Data Security)
- Cybernetics+ จะจัดการข้อมูลลูกค้าทั้งหมดด้วยระดับการรักษาความลับสูงสุดและจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับการประมวลผลและวิเคราะห์ในระหว่างโครงการจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและแบ่งปันเฉพาะกับบุคคลที่ได้รับอนุญาตภายในองค์กรของลูกค้าเท่านั้น
- Cybernetics+ จะจัดการข้อมูลลูกค้าทั้งหมดด้วยระดับการรักษาความลับสูงสุดและจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
ลูกค้าอาจร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มขอบเขตการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น การเพิ่มแหล่งข้อมูลหรือความสามารถในการวิเคราะห์ใหม่ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันและอาจส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่าธรรมเนียมโครงการและ/หรือกรอบเวลา การสิ้นสุดสัญญา (Termination)
- หาก Cybernetics+ ไม่สามารถตอบสนองต่อมาตรฐานการบริการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจยุติสัญญาและร้องขอคืนเงินสำหรับส่วนของบริการที่ยังไม่ได้ใช้งานได้
- หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตน Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือยุติการให้บริการโดยไม่ต้องคืนเงินสำหรับงานที่เหลืออยู่ใดๆ
- หาก Cybernetics+ ไม่สามารถตอบสนองต่อมาตรฐานการบริการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจยุติสัญญาและร้องขอคืนเงินสำหรับส่วนของบริการที่ยังไม่ได้ใช้งานได้
ข้อผูกพันระดับการให้บริการ (Service Level Commitment)
- Cybernetics+ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้พนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
- สิ่งที่ต้องส่งมอบ รายงาน และการปรับใช้ทั้งหมดจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW) ของโครงการ
- Cybernetics+ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้พนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
- ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
ภาระหน้าที่ของลูกค้า (The Customer's Obligations)
ความรับผิดชอบของลูกค้า (Customer's Responsibilities)
- ให้สิทธิ์แก่ Cybernetics+ ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่จำเป็น โดยไม่มีข้อจำกัดและไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงอุปกรณ์ที่ระบุ (ทั้งในสถานประกอบการและสิทธิ์การเข้าถึงจากระยะไกลจากสถานประกอบการของ Cybernetics+) พลังงานไฟฟ้า วัสดุสิ้นเปลืองของคอมพิวเตอร์ และทรัพยากรด้านสำนักงาน/การบริหารจัดการ โดยทรัพยากรเหล่านี้ต้องเพียงพอที่จะช่วยให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้
- จัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่จำเป็นเพื่อให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ได้ ลูกค้าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานและผู้รับเหมาอิสระใดๆ ให้ความร่วมมืออย่างสมเหตุสมผลกับ Cybernetics+ และบุคลากรของ Cybernetics+ ตลอดระยะเวลาโครงการ
- จัดหาข้อมูลและเอกสารทั้งหมดที่เห็นว่าจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลให้แก่ Cybernetics+ โดยทันที เพื่อให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้อย่างถูกต้อง
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากลูกค้าพร้อมปฏิบัติงานตามที่ Cybernetics+ ร้องขออย่างสมเหตุสมผลสำหรับการดำเนินโครงการ
- ใช้ความพยายามที่เหมาะสมในการร่วมมือและช่วยเหลือ Cybernetics+ ตามขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้
- ให้สิทธิ์แก่ Cybernetics+ ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่จำเป็น โดยไม่มีข้อจำกัดและไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงอุปกรณ์ที่ระบุ (ทั้งในสถานประกอบการและสิทธิ์การเข้าถึงจากระยะไกลจากสถานประกอบการของ Cybernetics+) พลังงานไฟฟ้า วัสดุสิ้นเปลืองของคอมพิวเตอร์ และทรัพยากรด้านสำนักงาน/การบริหารจัดการ โดยทรัพยากรเหล่านี้ต้องเพียงพอที่จะช่วยให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้
- สิทธิ์ในการริเริ่มคำร้องขอเปลี่ยนแปลง (Right to Initiate Change Requests)
Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการริเริ่มคำร้องขอเปลี่ยนแปลงในกรณีที่โครงการเกิดความล่าช้าอันเนื่องมาจากความล้มเหลวของลูกค้าในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้ สิทธิ์นี้ยังครอบคลุมถึงความล่าช้าที่เกิดจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของพนักงาน ตัวแทน หรือผู้จัดหาภายนอก (Third-party suppliers) ของลูกค้า หรือจากสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผลของ Cybernetics+ - ข้อบกพร่องและการตรวจรับซอฟต์แวร์ (Software Defects and Acceptance)
ลูกค้ารับทราบว่าตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย ซอฟต์แวร์อาจมีข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด หรือความยากลำบากเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวโดยธรรมชาติ แม้ว่าจะได้รับการพัฒนาและสนับสนุนอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม ทั้งนี้ การอนุมัติรับมอบสิ่งที่จะต้องส่งมอบภายใต้ข้อตกลงนี้จะต้องไม่ถูกระงับโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเนื่องมาจากความไม่สมบูรณ์เล็กๆ น้อยๆ ของซอฟต์แวร์ - การตรวจรับสิ่งที่จะต้องส่งมอบและความล่าช้า (Acceptance of Deliverables and Delays)
ลูกค้ารับทราบว่าสิ่งที่จะต้องส่งมอบทั้งหมดที่จัดหาโดย Cybernetics+ หรือบุคคลภายนอกใดๆ ที่ได้รับการว่าจ้างโดย Cybernetics+ สำหรับข้อตกลงนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติตามกำหนดการของแผนงานโครงการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้ายอมรับความรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับความล่าช้าใดๆ ในการอนุมัติรับมอบสิ่งที่จะต้องส่งมอบเหล่านั้น การระงับและการกลับมาดำเนินโครงการ (Project Suspension and Resumption)
- การระงับโครงการโดยลูกค้าหรือการไม่ดำเนินการ (Client-Initiated Suspension or Inaction)
หากลูกค้าต้องการหยุดพักโครงการชั่วคราวเนื่องจากข้อจำกัดทางธุรกิจภายใน หรือหากโครงการล่าช้าเกินกว่าสามสิบ (30) วัน โดยมีสาเหตุมาจากการที่ลูกค้าไม่จัดหาข้อมูลนำเข้าที่จำเป็น ไม่เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญ หรือไม่ดำเนินการทดสอบระบบ ระบบ "การระงับโครงการ" อย่างเป็นทางการอาจถูกบังคับใช้ - ค่าธรรมเนียมการระงับโครงการ (Suspension Fee)
เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจัดสรรทรัพยากรใหม่ การบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมของระบบ และการคงอยู่ขององค์ความรู้ Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการระงับโครงการ โดยค่าธรรมเนียมนี้จะคำนวณในอัตราสูงสุดไม่เกิน 25% ของมูลค่าสัญญาที่เหลืออยู่ยังไม่ได้เรียกเก็บเงิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการระงับโครงการและผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน โดยเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนจะได้รับการประเมินและออกใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าอย่างเป็นทางการก่อนที่จะดำเนินการระงับโครงการ - การกลับมาดำเนินงาน (Resumption of Work)
ระยะเวลาการระงับโครงการสูงสุดที่อนุญาตคือหก (6) เดือน เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น เมื่อถึงวันที่กำหนดให้กลับมาดำเนินงาน ลูกค้ามีหน้าที่ผูกพันอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติตามแผนงานโครงการและกรอบเวลาที่ปรับปรุงใหม่ การไม่กลับมาดำเนินโครงการอย่างจริงจังในวันที่ตกลงกันไว้อาจนำไปสู่การสิ้นสุดสัญญาทั้งหมดเป็นการถาวร
- การระงับโครงการโดยลูกค้าหรือการไม่ดำเนินการ (Client-Initiated Suspension or Inaction)
การควบคุมการเปลี่ยนแปลง (Change Control)
กระบวนการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลง (Change Request Procedures)
- ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพบว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อกำหนด ซอฟต์แวร์ หรือแผนงานโครงการ จะต้องส่งเอกสารคำร้องขอเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการที่ระบุรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงที่เสนอให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง
- หากคำร้องขอเปลี่ยนแปลงริเริ่มโดย Cybernetics+ เอกสารดังกล่าวจะต้องระบุผลกระทบที่มีต่อข้อกำหนด แผนงานโครงการ และราคาอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน หากริเริ่มโดยลูกค้า การรับคำร้องขอเปลี่ยนแปลงโดย Cybernetics+ จะถือเป็นคำร้องขออย่างเป็นทางการสำหรับการจัดทำเอกสารประเมินผลกระทบเป็นลายลักษณ์อักษรในแง่มุมต่างๆ ข้างต้น โดย Cybernetics+ จะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลทั้งหมดในการจัดเตรียมรายละเอียดเหล่านี้ภายในสิบสอง (12) วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำร้องขอเปลี่ยนแปลง หรือภายในกรอบเวลาอื่นที่ตกลงกันร่วมกัน
- ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพบว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อกำหนด ซอฟต์แวร์ หรือแผนงานโครงการ จะต้องส่งเอกสารคำร้องขอเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการที่ระบุรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงที่เสนอให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง
- การกำหนดราคาสำหรับการเปลี่ยนแปลง (Pricing for Changes)
หากการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องมีการปรับราคา ให้อ้างอิงอัตราค่าบริการที่ระบุไว้ในข้อกำหนดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับคำร้องขอเปลี่ยนแปลงนั้น จากนั้นทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงที่เสนอหรือไม่ - การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่ริเริ่มโดยลูกค้า (Investigation of Customer-Initiated Changes)
ภายใต้ดุลยพินิจของ Cybernetics+ แต่เพียงผู้เดียว หากคำร้องขอเปลี่ยนแปลงที่ริเริ่มโดยลูกค้าถูกประเมินว่าต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงทำการในการตรวจสอบและประเมินราคา Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการจัดทำใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการสำหรับงานตรวจสอบก่อนเริ่มดำเนินการ โดยใบเสนอราคานี้ต้องได้รับการอนุมัติจากลูกค้าก่อนดำเนินงาน - การดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลง (Implementation of Changes)
Cybernetics+ จะไม่ดำเนินการแก้ไขซอฟต์แวร์ใดๆ ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอเปลี่ยนแปลง เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการอนุมัติผ่านระบบบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดของ Cybernetics+ - ผลลัพธ์ของคำร้องขอเปลี่ยนแปลงที่ได้รับอนุมัติ (Effect of Approved Change Requests)
เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแล้ว ให้ถือว่าการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าวถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนด ซอฟต์แวร์ แผนงานโครงการ และราคาตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้
การทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Acceptance Tests)
- ความรับผิดชอบของลูกค้าในการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Customer Responsibilities for Acceptance Testing)
ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการดำเนินการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน - การตรวจรับซอฟต์แวร์ (Software Acceptance)
เมื่อซอฟต์แวร์ผ่านการทดสอบเพื่อตรวจรับงานเสร็จสิ้นและประสบความสำเร็จ ลูกค้าจะต้องดำเนินการยอมรับซอฟต์แวร์โดยทันทีและลงนามในใบรับรองการตรวจรับงาน (Acceptance Certificate) ของ Cybernetics+ โดยไม่ล่าช้าเกินควร - การทดสอบซ้ำหลังจากไม่ผ่านการตรวจรับ (Retesting After Failed Acceptance Tests)
ในกรณีที่ซอฟต์แวร์ไม่ผ่านการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน ลูกค้าจะต้องร่วมมือกับ Cybernetics+ เพื่อดำเนินการทดสอบซ้ำโดยทันทีหลังจากที่ซอฟต์แวร์ที่ได้รับการแก้ไขแล้วถูกส่งมอบ กระบวนการทดสอบซ้ำนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าซอฟต์แวร์จะผ่านการทดสอบเพื่อตรวจรับงานทั้งหมดสำเร็จ - การถือว่าตรวจรับงานแล้วจากการใช้งานจริง (Deemed Acceptance Through Live Operational Use)
การที่ลูกค้าเริ่มนำซอฟต์แวร์ไปใช้งานจริง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยตัวลูกค้าเองหรือตัวแทน ผู้รับเหมา หรือลูกค้าที่ได้รับมอบอำนาจ จะถือว่าเป็นการยอมรับตรวจรับซอฟต์แวร์นั้นโดยสมบูรณ์ในทุกส่วน - การถือว่าตรวจรับงานแล้วจากการแจกจ่าย (Deemed Acceptance Through Distribution)
การที่ลูกค้าแจกจ่ายส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของซอฟต์แวร์เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยพนักงาน ตัวแทน ผู้รับเหมา หรือลูกค้าของตน จะถือว่าเป็นการยอมรับตรวจรับซอฟต์แวร์นั้นโดยสมบูรณ์ในทุกส่วน - การถือว่าตรวจรับงานแล้วจากการนิ่งเฉย (Deemed Acceptance Through Inaction)
หากพ้นระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจาก Cybernetics+ ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการว่าซอฟต์แวร์พร้อมสำหรับการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน แล้ว Cybernetics+ ไม่ได้รับรายงานข้อผิดพลาดที่ยังไม่ได้แก้ไขจากลูกค้า เพื่อพิสูจน์ว่าซอฟต์แวร์ไม่เป็นไปตามการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน ให้ถือว่าลูกค้าได้ยอมรับตรวจรับซอฟต์แวร์นั้นโดยสมบูรณ์ในทุกส่วน - เอกสารและข้อมูลการทดสอบเพื่อตรวจรับงานที่พัฒนาโดยลูกค้า (Customer-Developed Acceptance Test Materials)
ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างสคริปต์การทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Acceptance Test scripts) ที่ครอบคลุมและสะท้อนถึงความต้องการที่ระบุไว้ในข้อกำหนดอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน โดยสคริปต์และข้อมูลเหล่านี้ต้องส่งมอบให้แก่ Cybernetics+ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนวันที่คาดว่าจะเริ่มทำการทดสอบเพื่อตรวจรับงานตามที่กำหนดไว้ในแผนงานโครงการ
- ความรับผิดชอบของลูกค้าในการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Customer Responsibilities for Acceptance Testing)
ตัวแทนและการประชุมติดตามความคืบหน้า (Representatives and Progress Meetings)
- การแต่งตั้งตัวแทน (Designation of Representatives)
เมื่อลงนามในข้อตกลงนี้ แต่ละฝ่ายจะต้องแต่งตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อทำหน้าที่ในนามของตนตามวัตถุประสงค์ของข้อตกลงนี้ ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเหล่านี้จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาข้อมูลใดๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งอาจต้องการเพื่อปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ - การประชุมโครงการ (Project Meetings)
ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมต่อหน้าหรือผ่านการประชุมทางโทรศัพท์ตามที่ตกลงร่วมกัน โดยมีตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเข้าร่วม การประชุมเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง (หรือตามความถี่อื่นที่ตกลงกันไว้) ระหว่างวันที่ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้และวันที่กำหนดตรวจรับงานตามแผน (Planned Acceptance Date) วัตถุประสงค์ของการประชุมเหล่านี้คือเพื่อหารือและบันทึกความคืบหน้าของโครงการ - การบริหารจัดการประเด็นปัญหาในโครงการ (Project Issue Management)
ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งของ Cybernetics+ จะต้องจัดทำบันทึกประเด็นปัญหา ความเสี่ยง และการดำเนินการทั้งหมดที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงการอย่างครอบคลุม ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งของลูกค้าจะต้องใช้ความระมัดระวังรอบคอบตามสมควร (Due diligence) ในการร่วมมือกับตัวแทนของ Cybernetics+ เพื่อลดความเสี่ยง แก้ไขประเด็นปัญหา และดำเนินการให้เสร็จสิ้น
- การแต่งตั้งตัวแทน (Designation of Representatives)
เงื่อนไขการอัปเกรดเวอร์ชัน (เฉพาะระบบ Odoo ERP เท่านั้น) (Version Upgrade Conditions - Odoo ERP Only)
- ในกรณีที่เวอร์ชันของระบบ Odoo ERP ได้รับการอัปเกรดโดย Odoo.SH และการอัปเกรดนั้นประสบความสำเร็จ ผู้ให้บริการจะดำเนินการอัปเกรดระบบให้แก่ลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากการอัปเกรดเวอร์ชันส่งผลให้เกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งเฉพาะ (Customizations) ของลูกค้าในระบบ ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขปัญหาและการกู้คืนระบบให้กลับสู่สถานะปกติ
- สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน Odoo ERP รุ่น Community และต้องการอัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่า จำเป็นต้องทำการติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด (Re-Implement) เนื่องจากโครงสร้างฐานข้อมูลและฟังก์ชันการทำงานมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง Odoo ERP เวอร์ชันต่างๆ การทำ Re-Implement จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการย้ายข้อมูล (Migrated) ไปยังระบบใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จและถูกต้อง ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ๆ และการปรับปรุงประสิทธิภาพในเวอร์ชันล่าสุด เนื่องจากโครงสร้างฐานข้อมูลและฟังก์ชันการทำงานแตกต่างกันอย่างมากระหว่าง Odoo ERP เวอร์ชันต่างๆ การอัปเกรดเวอร์ชันจึงไม่สามารถทำได้โดยการอัปเดตระบบเก่า กระบวนการ Re-Implement ประกอบด้วยการย้ายข้อมูล การตั้งค่าระบบใหม่ และการทดสอบระบบ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการย้ายไปยังระบบใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จและถูกต้อง ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันล่าสุด เช่น การใช้งานที่ง่ายขึ้น ความสามารถในการปรับแต่งที่สูงขึ้น และการรองรับเทคโนโลยีล่าสุด
- Odoo.SH รองรับเฉพาะ Odoo ERP เวอร์ชันล่าสุดและเวอร์ชันที่เปิดตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น หากลูกค้ายังคงใช้งานเวอร์ชันเก่า ลูกค้าอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคหรือการแก้ไขปัญหาจาก Odoo.SH. ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ลูกค้าอัปเกรดเวอร์ชันของระบบอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น
- ในกรณีที่เวอร์ชันของระบบ Odoo ERP ได้รับการอัปเกรดโดย Odoo.SH และการอัปเกรดนั้นประสบความสำเร็จ ผู้ให้บริการจะดำเนินการอัปเกรดระบบให้แก่ลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากการอัปเกรดเวอร์ชันส่งผลให้เกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งเฉพาะ (Customizations) ของลูกค้าในระบบ ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขปัญหาและการกู้คืนระบบให้กลับสู่สถานะปกติ
นโยบายการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Data Backup and Disaster Recovery Policy)
สำหรับสภาพแวดล้อมที่โฮสต์บนคลาวด์ (ERP Cloud หรือระบบคลาวด์ที่บริหารจัดการโดย Cybernetics+) (For Cloud-Hosted Environments)
- การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Automated Backups)
ระบบจะดำเนินการสำรองข้อมูลแบบส่วนเพิ่ม (Incremental backups) โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการด้วยตนเองจากลูกค้า - นโยบายการจัดเก็บข้อมูล (Retention Policy)
ข้อมูลสำรองจะถูกจัดเก็บไว้ตามกำหนดเวลาที่เข้มงวดดังนี้ : ข้อมูลสำรองรายวันเป็นเวลา 7 วัน, ข้อมูลสำรองรายสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และข้อมูลสำรองรายเดือนเป็นเวลา 3 เดือน - ความซ้ำซ้อนเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (Redundancy)
ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่มีการจำลองข้อมูลซ้ำ (เช่น Google Cloud Platform) ข้อมูลสำรองจะถูกกระจายจัดเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูล (Datacenters) 3 แห่งใน 2 ทวีป พร้อมทั้งมีการเก็บรักษาข้อมูลสำรองแช่แข็งชุดที่สี่ไว้ในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบเย็นที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ (Immutable cold storage) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย - การกู้คืนระบบในกรณีฉุกเฉินและระยะเวลาที่ระบบทำงานได้ (Disaster Recovery & Uptime)
ผู้ให้บริการโฮสติ้งของเรารับประกันระยะเวลาที่ระบบทำงานได้ (Uptime) ขั้นต่ำ 99.9% โดยมีเป้าหมายระยะเวลาสูงสุดของข้อมูลที่อาจสูญหายได้ (Recovery Point Objective / RPO) อยู่ที่ 24 ชั่วโมง และเป้าหมายระยะเวลาในการกู้คืนระบบให้กลับมาใช้งานได้ (Recovery Time Objective / RTO) อยู่ที่ 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เกิดเซิร์ฟเวอร์ล่มขั้นวิกฤต (System Failure) Cybernetics+ จะตอบสนองภายในกรอบเวลาที่ระบุไว้ใน SLA การสนับสนุนของเรา (ความรุนแรงระดับ 1 : 4 ชั่วโมงทำการ) และประสานงานกับผู้ให้บริการคลาวด์เพื่อกู้คืนระบบจากข้อมูลสำรองล่าสุดที่มีความเสถียร
- การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Automated Backups)
สำหรับสภาพแวดล้อมแบบ On-Premise (ลูกค้าเป็นผู้โฮสต์ระบบเอง) (For On-Premise Environments)
- ความรับผิดชอบของลูกค้า (Customer Responsibility)
ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขโครงการ สำหรับระบบที่โฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าเองหรือผู้ให้บริการภายนอกที่ลูกค้าเลือก ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการปรับใช้ บริหารจัดการ และตรวจสอบนโยบายการสำรองข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลของตนเอง - การสนับสนุนการกู้คืนระบบ (Restoration Support)
หากเกิดกรณีระบบล่ม Cybernetics+ จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการกู้คืนสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์และฐานข้อมูลจากไฟล์สำรองข้อมูลของลูกค้าเอง ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าบริการมาตรฐาน เว้นแต่จะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (MASA) ที่มีผลบังคับใช้
- ความรับผิดชอบของลูกค้า (Customer Responsibility)
การรับประกัน (Warranties)
การรับประกันนี้ใช้บังคับเฉพาะกับซอฟต์แวร์และสิ่งที่จะต้องส่งมอบที่จัดหาให้ภายใต้บริการขึ้นระบบ (หมวดที่ 2.1) เท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมถึงบริการอื่นๆ เช่น MASA, การฝึกอบรม หรือการจัดหาสิทธิ์การใช้งาน ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อผูกพันการบริการของแต่ละบริการนั้นๆ
- การรับประกันแบบจำกัด (Limited Warranty)
Cybernetics+ รับประกันว่าซอฟต์แวร์จะทำงานได้ตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้เป็นสาระสำคัญเมื่อใช้งานบนอุปกรณ์ที่ระบุ โดยไม่รวมถึงการหยุดชะงักและข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ข้อยกเว้นจากการรับประกัน (Exclusions from Warranty)
การรับประกันที่ระบุไว้ในข้อ 9.1 จะไม่มีผลบังคับใช้หากความล้มเหลวในการทำงานเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้- อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์อื่นใดนอกเหนือจากซอฟต์แวร์ที่ส่งมอบโดย Cybernetics+
- การปรับแต่งหรือแก้ไขซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งดำเนินการโดยหรือในนามของลูกค้า
- การใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่เหมาะสม (รวมถึงการใช้งานผิดประเภท)
- เหตุสุดวิสัย (Force Majeure events)
- อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์อื่นใดนอกเหนือจากซอฟต์แวร์ที่ส่งมอบโดย Cybernetics+
- กระบวนการเรียกร้องการรับประกัน (Warranty Claim Process)
ในกรณีที่ Cybernetics+ ได้รับหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้าโดยกล่าวอ้างว่ามีการละเมิดการรับประกันที่ระบุไว้ในข้อ 9.1 หรือหาก Cybernetics+ ตรวจพบการไม่ปฏิบัติตามการรับประกันเหล่านี้ด้วยวิธีอื่น Cybernetics+ จะดำเนินการแก้ไขการละเมิดหรือการไม่ปฏิบัติตามดังกล่าวโดยเร็วด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง อย่างไรก็ตาม Cybernetics+ จะไม่มีความรับผิดชอบหรือพันธะผูกพันภายใต้การรับประกันเหล่านี้ เว้นแต่จะได้รับหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดนั้นภายในระยะเวลารับประกัน
- การรับประกันแบบจำกัด (Limited Warranty)
สิทธิ์การใช้งาน กรรมสิทธิ์ และการโอนกรรมสิทธิ์ในสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (Licenses, Ownership, and Transfer of Ownership of Intellectual Property Rights)
- เมื่อได้รับชำระเงินตามราคาเต็มจำนวนแล้ว Cybernetics+ จะทำการโอนและมอบกรรมสิทธิ์ในสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้า เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
- เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย การโอนกรรมสิทธิ์ภายใต้ข้อ 10.1 นี้ไม่ได้ให้สิทธิ์ใดๆ แก่ลูกค้าในข้อกำหนด (Specification) หรือวัสดุหรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์
- ลูกค้ารับทราบว่า Cybernetics+ สงวนสิทธิ์ สิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ และผลประโยชน์ทั้งหมดในและต่อเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง อัลกอริทึมที่เป็นกรรมสิทธิ์ วิธีการ และองค์ความรู้ (Know-how)
- ลูกค้าจะต้องไม่เปิดเผย คัดลอก ทำซ้ำ ให้สิทธิ์ช่วง หรือเผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์หรือสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+
- ลูกค้าจะใช้งานซอฟต์แวร์เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจภายในของตนเองเท่านั้น และจะต้องไม่นำซอฟต์แวร์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ใดๆ หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+
- การส่งมอบซอร์สโค้ดสำหรับการปรับใช้ระบบแบบ On-Premise (Source Code Handover for On-Premise Deployments)
เฉพาะสำหรับการปรับใช้ระบบแบบ On-Premise เท่านั้น การโอนย้ายทางกายภาพของซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ Cybernetics+ ได้รับชำระเงินครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ (100%) ของราคาที่ตกลงกันไว้แล้วเท่านั้น และจนกว่าจะได้รับชำระเงินเต็มจำนวนดังกล่าวเรียบร้อย Cybernetics+ จะยังคงมีสิทธิ์ควบคุมการเข้าถึงโดยสมบูรณ์ และลูกค้าจะต้องไม่ร้องขอหรือพยายามเข้าถึงซอร์สโค้ดดังกล่าว - ลูกค้าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายและปกป้อง Cybernetics+ ให้พ้นจากและต่อข้อเรียกร้อง ความเสียหาย ความสูญเสีย ความรับผิด ค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งหมด (รวมถึงค่าทนายความตามสมควร) ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการละเมิดข้อ 10.1 นี้
- เมื่อได้รับชำระเงินตามราคาเต็มจำนวนแล้ว Cybernetics+ จะทำการโอนและมอบกรรมสิทธิ์ในสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้า เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
สิทธิ์ในทรัพย์สิน (Proprietary Rights)
การชดใช้ความเสียหายด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Indemnity)
- Cybernetics+ จะชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากและต่อค่าใช้จ่าย ข้อเรียกร้อง คำบังคับ ค่าใช้จ่าย และความรับผิดใดๆ ทั้งหมด (ไม่ว่าในลักษณะใดก็ตาม) ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่กล่าวอ้างว่าการใช้หรือการครอบครองซอฟต์แวร์นั้นละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก เงื่อนไขนี้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่าการละเมิดดังกล่าวไม่ได้เป็นผลมาจากการกระทำที่จงใจหรือเจตนาโดย Cybernetics+
- ลูกค้าจะต้องแจ้งให้ Cybernetics+ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันทีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดใดๆ ที่ตนได้รับทราบ ลูกค้าจะต้องละเว้นจากการยอมรับสารภาพผิดใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+
- ตามคำร้องขอและค่าใช้จ่ายของ Cybernetics+ ลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์แก่ Cybernetics+ ในการดำเนินกระบวนการและ/หรือระงับข้อพิพาทจากการเจรจาหรือการฟ้องร้องใดๆ ที่เกิดจากข้อเรียกร้องดังกล่าว Cybernetics+ จะเข้าควบคุมกระบวนการดังกล่าวภายในสิบ (10) วันทำการนับจากวันที่ได้รับแจ้งข้อเรียกร้องและจะดำเนินการระงับข้อพิพาทอย่างเต็มที่
- ลูกค้าจะต้องให้ความช่วยเหลือตามสมควรทั้งหมดแก่ Cybernetics+ ในการเจรจาหรือการฟ้องร้องคดีตามที่ได้รับการร้องขอ ลูกค้าจะได้รับเงินชดเชยจาก Cybernetics+ เมื่อมีการร้องขอสำหรับค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว
- Cybernetics+ จะชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากและต่อค่าใช้จ่าย ข้อเรียกร้อง คำบังคับ ค่าใช้จ่าย และความรับผิดใดๆ ทั้งหมด (ไม่ว่าในลักษณะใดก็ตาม) ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่กล่าวอ้างว่าการใช้หรือการครอบครองซอฟต์แวร์นั้นละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก เงื่อนไขนี้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่าการละเมิดดังกล่าวไม่ได้เป็นผลมาจากการกระทำที่จงใจหรือเจตนาโดย Cybernetics+
แนวทางการแก้ไขการละเมิดสิทธิ์ (Infringement Resolution)
หากศาลที่มีเขตอำนาจตัดสินว่าการใช้หรือการครอบครองซอฟต์แวร์ของลูกค้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์นั้น ตามข้อตกลงนี้เป็นการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก Cybernetics+ จะดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองและโดยทันทีเพื่อ
- จัดหาให้ลูกค้าได้มาซึ่งสิทธิ์ทางกฎหมายในการใช้งานและครอบครองซอฟต์แวร์หรือส่วนที่ละเมิดนั้นต่อไป
- ปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนซอฟต์แวร์ (หรือส่วนที่ละเมิด) เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิ์ โดยไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของซอฟต์แวร์
- จัดหาให้ลูกค้าได้มาซึ่งสิทธิ์ทางกฎหมายในการใช้งานและครอบครองซอฟต์แวร์หรือส่วนที่ละเมิดนั้นต่อไป
- การสิ้นสุดสัญญาเนื่องจากการละเมิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (Termination for Unremediable Infringement)
หากในดุลยพินิจของ Cybernetics+ เห็นว่าแนวทางการแก้ไขที่ระบุไว้ในข้อ 11.2 นั้นไม่สามารถทำได้ ลูกค้าจะต้องส่งคืนซอฟต์แวร์ที่อยู่ภายใต้ข้อเรียกร้องสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญานั้น และในทางกลับกัน Cybernetics+ จะคืนเงินให้แก่ลูกค้าในส่วนของราคาตามสัดส่วนที่สอดคล้องกัน โดยคำนวณหักค่าเสื่อมราคามาตรฐาน จากนั้นข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงทันที
ค่าบริการและค่าใช้จ่าย (Charges and Expenses)
- Pการชำระเงินสำหรับบริการโครงการ (Payment for Project Services)
เพื่อเป็นการตอบแทนการดำเนินโครงการของ Cybernetics+ ลูกค้าจะต้องชำระราคาให้แก่ Cybernetics+ โดยราคาดังกล่าวจะได้รับการออกใบแจ้งหนี้ให้แก่ลูกค้าตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในข้อกำหนด และอยู่ภายใต้เงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดไว้ในข้อ 13 - การชำระเงินสำหรับบริการเพิ่มเติม (Payment for Additional Services)
สำหรับบริการเพิ่มเติมใดๆ ที่ได้รับการส่งมอบ ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าบริการให้แก่ Cybernetics+ ตามจำนวนเงินที่ระบุในใบแจ้งหนี้ โดยอ้างอิงตามอัตราค่าบริการที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด - การชำระเงินสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่สำรองจ่าย (Payment for Out-of-Pocket Expenses)
เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าใช้จ่ายให้แก่ Cybernetics+ สำหรับค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ที่สำรองจ่ายไปตามสมควร ซึ่งเกิดขึ้นโดยพนักงานของ Cybernetics+ ในขณะปฏิบัติงานในโครงการ ทั้งนี้ ค่าระยะทางรถยนต์จะคิดในอัตรา 15 บาทต่อกิโลเมตรต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งนาย
- Pการชำระเงินสำหรับบริการโครงการ (Payment for Project Services)
เงื่อนไขการชำระเงิน (Terms of Payment)
- เงื่อนไขการเรียกเก็บเงิน (Payment Terms)
จำนวนเงินตามใบแจ้งหนี้ทั้งหมดที่ลูกค้าค้างชำระแก่ Cybernetics+ จะต้องได้รับการชำระภายในสิบห้า (15) วันนับจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้ เว้นแต่จะตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น การชำระเงินทั้งหมดภายใต้ข้อตกลงนี้จะต้องชำระเป็นสกุลเงินบาทไทย - การปรับอัตราค่าบริการรายปี (Annual Rate Adjustments)
Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับอัตราค่าบริการที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้เมื่อเริ่มต้นในแต่ละปีถัดไป โดยเริ่มนับจากวันที่ตรวจรับงาน การปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ Cybernetics+ แต่เพียงผู้เดียว - ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax / VAT)
จำนวนเงินทั้งหมดที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเมื่อมีการแสดงใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง - ดอกเบี้ยการชำระเงินล่าช้า (Late Payment Interest)
โดยไม่กระทบต่อสิทธิ์อื่นใดที่ Cybernetics+ พึงได้รับภายใต้ข้อตกลงนี้ ลูกค้าจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า หากจำนวนเงินตามใบแจ้งหนี้ใดยังคงค้างชำระเกินกว่าสิบสี่ (14) วันนับจากวันครบกำหนดชำระเงิน ดอกเบี้ยการชำระเงินล่าช้านี้จะคำนวณเป็นรายวันจากยอดคงค้างนับจากวันที่ในใบแจ้งหนี้ในอัตราที่อนุญาตตามพระราชบัญญัติการชำระหนี้ล่าช้าในธุรกรรมทางการค้า พ.ศ. 2541
- เงื่อนไขการเรียกเก็บเงิน (Payment Terms)
ความรับผิดและการประกันภัย (Liability and Insurance)
- ความคุ้มครองการประกันภัย (Insurance Coverage)
ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงนี้ Cybernetics+ จะต้องคงไว้ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุม รวมถึงความรับผิดของนายจ้าง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความคุ้มครองความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ การประกันภัยนี้จะใช้บังคับกับความรับผิดที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้ และจะมีมูลค่าสูงสุดไม่เกินจำนวนเงินในใบเสนอราคาที่ลงนามร่วมกัน โดยบริษัทประกันภัยต้องเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง และเมื่อได้รับการร้องขอ Cybernetics+ จะต้องจัดหาสำเนาใบรับรองการประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้แก่ลูกค้าเพื่อเป็นหลักฐานแสดงความคุ้มครองปัจจุบัน ทั้งนี้ Cybernetics+ จะใช้ความพยายามในเชิงพาณิชย์ตามสมควรในการดำเนินการเรียกร้องสินไหมภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้ - การชดใช้ความเสียหายสำหรับอาการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตของบุคคล (Indemnity for Personal Injury or Death)
Cybernetics+ จะชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากข้อเรียกร้องใดๆ ที่เกิดจากอาการบาดเจ็บของบุคคลหรือการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ การชดใช้ความเสียหายนี้ยังใช้บังคับกับอาการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตของบุคคลที่เป็นผลมาจากข้อบกषकพร่องในผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จัดหาให้ตามข้อตกลงนี้ด้วย - การชดใช้ความเสียหายสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Indemnity for Property Damage)
Cybernetics+ shall ชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากความเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สินที่มีรูปร่าง ซึ่งเกิดจากความประมาทเลินเล่อของพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ การชดใช้ความเสียหายนี้ยังครอบคลุมถึงความเสียหายโดยตรงที่เกิดจากข้อบกพร่องในผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จัดหาให้ตามข้อตกลงนี้ด้วย โดยความรับผิดรวมของ Cybernetics+ ภายใต้ข้อนี้จะจำกัดอยู่ที่จำนวนเงินตามใบเสนอราคาที่ลงนามร่วมกันสำหรับเหตุการณ์เดี่ยวใดๆ หรือชุดของเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน ข้อจำกัดทั่วไปของความรับผิด (General Limitations of Liability)
โดยไม่รวมถึงข้อเรียกร้องสำหรับการเสียชีวิตหรืออาการบาดเจ็บของบุคคลอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ Cybernetics+ ทาง Cybernetics+ จะไม่มีความรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เป็นผลมาจาก
- การสูญหายหรือการเสียหายของข้อมูลหรือสารสนเทศ
- การสูญหายของสินค้า การใช้งาน กำไร ธุรกิจ เงินออมที่คาดหวังไว้ ค่าความนิยม หรือความสูญหายในลักษณะที่คล้ายกัน
- ผลกระทบทางอ้อมหรือผลกระทบขั้นทุติยภูมิจากการกระทำหรือการละเว้นกระทำใดๆ โดย Cybernetics+ โดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า
- การสูญหายหรือการเสียหายของข้อมูลหรือสารสนเทศ
- Cybernetics+ จะไม่มีความรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดประเภท หรือการใช้งานที่ขัดต่อคู่มือ เอกสารคำแนะนำ หรือการฝึกอบรมที่ Cybernetics+ ได้จัดเตรียมไว้ให้
ความรับผิดสูงสุด (Maximum Liability)
โดยมีข้อยกเว้นสำหรับอาการบาดเจ็บของบุคคล การเสียชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สินที่มีรูปร่างตามที่ระบุไว้ข้างต้น ความรับผิดรวมสูงสุดของ Cybernetics+ ที่มีต่อลูกค้าภายใต้ข้อตกลงนี้ (หรือในทางอื่นใด) สำหรับสาเหตุใดก็ตามจะจำกัดเฉพาะค่าใช้จ่ายและความเสียหายโดยตรงเท่านั้น โดยจะพิจารณาจากจำนวนเงินที่มากกว่าระหว่าง
- มูลค่าของความคุ้มครองประกันภัยที่ครอบคลุมของ Cybernetics+ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 14.1
- จำนวนเงินที่จ่ายให้แก่ Cybernetics+ สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของลูกค้า บวกเพิ่มอีก 25% ของจำนวนเงินนั้นเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรง ตามสมควร และตามความจำเป็นโดยลูกค้าในการจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเลือก
- มูลค่าของความคุ้มครองประกันภัยที่ครอบคลุมของ Cybernetics+ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 14.1
- ความสมเหตุสมผลของข้อจำกัด (Reasonableness of Limitations)
ทั้งสองฝ่ายรับทราบและตกลงว่าข้อจำกัดที่ระบุไว้ในข้อ 14 นี้มีความยุติธรรมและสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด - สิทธิ์ตามกฎหมายและการยกเว้นความรับผิดที่ไม่ได้ยอมรับ (Statutory Rights and Exclusion of Unassumed Liability)
สิทธิ์ตามกฎหมายของลูกค้าในฐานะผู้บริโภค (หากมี) จะไม่ได้รับผลกระทบ ข้อตกลงนี้ยกเว้นความรับผิดทั้งหมดที่ไม่ได้ยอมรับอย่างชัดแจ้งภายในเงื่อนไขของสัญญา - ขอบเขตการบังคับใช้ (Scope of Application)
ข้อจำกัดความรับผิดเหล่านี้มีผลบังคับใช้โดยไม่คำนึงถึงมูลเหตุแห่งฟ้อง ไม่ว่าจะเกิดจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย สัญญา การละเมิด (รวมถึงความประมาทเลินเล่อ) หรือทฤษฎีทางกฎหมายอื่นใด สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อนี้คำว่า "Cybernetics+" ให้รวมถึงพนักงาน ผู้รับเหมาช่วง และผู้จัดหาวัตถุดิบด้วย โดยนิติบุคคลและบุคคลทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นจะได้รับผลประโยชน์จากข้อจำกัดและข้อยกเว้นความรับผิดที่กำหนดไว้ในข้อนี้ตามที่อนุญาตโดยสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่สามตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ - การยกเว้นการแถลงข้อความเท็จอันเป็นการฉ้อฉล (Exclusion of Fraudulent Misrepresentation)
ไม่มีข้อความใดในข้อตกลงนี้ที่จะดำเนินการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดสำหรับการแถลงข้อความเท็จอันเป็นการฉ้อฉล
- ความคุ้มครองการประกันภัย (Insurance Coverage)
การสิ้นสุดสัญญา (Termination)
- ระยะเวลาของข้อตกลง (Agreement Term)
ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์จนกว่าโครงการจะเสร็จสิ้นอย่างประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยุติข้อตกลงได้โดยการส่งหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสี่สิบห้า (45) วัน นอกจากนี้ การสิ้นสุดสัญญาอาจเกิดขึ้นภายใต้บทบัญญัติที่ระบุไว้ในข้อ 15 นี้หรือที่อื่นใดภายในข้อตกลงนี้ การสิ้นสุดสัญญาโดยมีเหตุอันควร (Termination for Cause)
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกข้อตกลงนี้ได้ทันทีผ่านการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังอีกฝ่ายหนึ่งภายใต้สถานการณ์ดังต่อไปนี้
- เกิดการละเมิดที่เป็นสาระสำคัญของเงื่อนไขข้อตกลงใดๆ โดยอีกฝ่ายหนึ่ง หากการละเมิดนั้นสามารถแก้ไขได้ ฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาจะต้องให้กรอบระยะเวลาสามสิบ (30) วันแก่ฝ่ายที่ผิดสัญญาเพื่อแก้ไขการละเมิดนั้นเมื่อได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
- อีกฝ่ายหนึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ประсบกับการแต่งตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการมรดก หรือเจ้าหน้าที่ในลักษณะที่คล้ายกัน หรือมีผู้รับหลักประกันเข้าครอบครองทรัพย์สินใดๆ ของตน นอกจากนี้ การสิ้นสุดสัญญาอาจเกิดขึ้นได้หากอีกฝ่ายหนึ่งเข้าสู่ข้อตกลงประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ หยุดหรือขู่ว่าจะหยุดดำเนินธุรกิจ กลายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือแสดงความไม่สามารถในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนดชำระ
- เกิดการละเมิดที่เป็นสาระสำคัญของเงื่อนไขข้อตกลงใดๆ โดยอีกฝ่ายหนึ่ง หากการละเมิดนั้นสามารถแก้ไขได้ ฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาจะต้องให้กรอบระยะเวลาสามสิบ (30) วันแก่ฝ่ายที่ผิดสัญญาเพื่อแก้ไขการละเมิดนั้นเมื่อได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร
- การสิ้นสุดสัญญาเนื่องจากการระงับโครงการที่ยาวนานหรือการไม่ดำเนินการของลูกค้า (Termination Due to Prolonged Suspension or Client Inaction)
Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการยุติข้อตกลงนี้เป็นการถาวร หากการระงับโครงการเกินกว่ากรอบเวลาที่ตกลงร่วมกัน (เช่น เกินกว่า 6 เดือน) หรือหากลูกค้าแสดงความไม่สามารถอย่างต่อเนื่องในการปฏิบัติตามพันธะผูกพันเมื่อโครงการกลับมาดำเนินงาน ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว การชำระเงินทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่ทำโดยลูกค้าจะถูกริบโดย Cybernetics+ เพื่อเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ยิ่งไปกว่านั้น Cybernetics+ จะคำนวณเปอร์เซ็นต์ของงานที่ทำเสร็จจนถึงวันที่ระงับโครงการ และลูกค้ายังคงต้องรับผิดชอบในการชำระเงินสำหรับงานที่เสร็จสิ้นแต่ยังไม่ได้เรียกเก็บเงินภายในสิบห้า (15) วันหลังจากได้รับใบแจ้งหนี้ขั้นสุดท้าย - การส่งคืนวัสดุและข้อมูลที่เป็นความลับเมื่อสิ้นสุดสัญญา (Return of Materials and Confidential Information Upon Termination)
เมื่อข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง Cybernetics+ จะต้องส่งคืนวัสดุ เอกสาร และข้อมูลที่เป็นความลับทั้งหมดที่เป็นของลูกค้าให้แก่ลูกค้าโดยทันที ซึ่งรวมถึงสำเนาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแบบเต็มหรือบางส่วน และตามคำร้องขอของลูกค้า Cybernetics+ จะต้องทำลายวัสดุดังกล่าวและจัดทำหนังสือรับรองการทำลายเป็นลายลักษณ์อักษร - ผลของการสิ้นสุดสัญญา (Effect of Termination)
การสิ้นสุดของสิทธิ์การใช้งานหรือข้อตกลงนี้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ์หรือความรับผิดที่เกิดขึ้นสะสมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการมีผลบังคับใช้ของบทบัญญัติใดๆ ที่ตั้งใจไว้โดยชัดแจ้งหรือโดยนัยให้คงอยู่ต่อไปหลังจากการสิ้นสุดสัญญา - การคำนวณการชำระเงินหลังสิ้นสุดสัญญา (Post-Termination Payment Calculation)
ในกรณีที่มีการยุติข้อตกลง Cybernetics+ จะกำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสร็จสมบูรณ์ของโครงการโดยเปรียบเทียบงานที่ทำเสร็จแล้วกับแผนงานโครงการ จากนั้นลูกค้าจะต้องชดเชยค่าบริการให้แก่ Cybernetics+ สำหรับเปอร์เซ็นต์ที่เทียบเท่าของราคา โดย Cybernetics+ จะต้องจัดหาหลักฐานของงานที่เสร็จสิ้นให้แก่ลูกค้าผ่านการสาธิตฟังก์ชันการทำงานที่ใช้งานได้จริงหรือทางซอร์สโค้ด
- ระยะเวลาของข้อตกลง (Agreement Term)
การรักษาความลับ (Confidentiality)
พันธะผูกพันในการรักษาความลับ (Confidentiality Obligations)
- ในระหว่างระยะเวลาของข้อตกลงนี้และหลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติต่อข้อมูลที่เป็นความลับทั้งหมดที่เป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้าของอีกฝ่ายหนึ่งในฐานะข้อมูลลับ ข้อผูกพันนี้ยังครอบคลุมถึงการดูแลให้บุคลากรของตนปฏิบัติต่อข้อมูลดังกล่าวด้วยความลับเช่นกัน
- เว้นแต่เป็นการจัดหาบริการอย่างถูกต้องตามที่จำเป็นเพื่อให้โครงการเสร็จสิ้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่เปิดเผยหรือใช้ข้อมูลที่เป็นความลับใดๆ ที่เป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ข้อจำกัดนี้ใช้บังคับกับบุคลากรของแต่ละฝ่ายด้วยเช่นกัน
- ในระหว่างระยะเวลาของข้อตกลงนี้และหลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติต่อข้อมูลที่เป็นความลับทั้งหมดที่เป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้าของอีกฝ่ายหนึ่งในฐานะข้อมูลลับ ข้อผูกพันนี้ยังครอบคลุมถึงการดูแลให้บุคลากรของตนปฏิบัติต่อข้อมูลดังกล่าวด้วยความลับเช่นกัน
ข้อยกเว้นในการรักษาความลับ (Exceptions to Confidentiality)
บทบัญญัติในข้อ 16.1 จะไม่มีผลบังคับใช้กับการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับในกรณีต่อไปนี้
- การเปิดเผยต่อพนักงานของฝ่ายนั้นๆ เองที่มีความจำเป็นโดยชอบธรรมในการเข้าถึงข้อมูล
- การเปิดเผยต่อผู้สอบบัญชี เจ้าพนักงานสรรพากร เจ้าพนักงานศุลกากร ศาลที่มีเขตอำนาจ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การเปิดเผยอาจทำต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีสิทธิ์ หน้าที่ หรือข้อผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องรับทราบธุรกิจของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ให้จำกัดเฉพาะขอบเขตที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติสิทธิ์ หน้าที่ หรือข้อผูกพันดังกล่าวเท่านั้น
- การเปิดเผยต่อพนักงานของฝ่ายนั้นๆ เองที่มีความจำเป็นโดยชอบธรรมในการเข้าถึงข้อมูล
- การรักษาความลับโดยฝ่ายที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูล (Maintaining Confidentiality by Disclosed Parties)
ทั้งสองฝ่ายรับรองว่าจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ ที่ระบุไว้ในข้อ 16.2 ได้รับทราบถึงลักษณะที่เป็นความลับของข้อมูลก่อนที่จะมีการเปิดเผยเกิดขึ้น และบุคคลเหล่านั้นต้องรับทราบถึงหน้าที่ในการรักษาความลับต่ออีกฝ่ายหนึ่งด้วย - การแจ้งเตือนการละเมิดความลับ (Notification of Confidentiality Breaches)
แต่ละฝ่ายจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบโดยทันทีเมื่อตรวจพบการละเมิดการรักษาความลับโดยผู้รับข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อมูลที่เป็นความลับ ฝ่ายที่แจ้งเตือนจะต้องให้ความช่วยเหลือตามสมควรทั้งหมดแก่อีกฝ่ายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายใดๆ ที่ริเริ่มขึ้นต่อบุคคลดังกล่าวสำหรับการละเมิดการรักษาความลับ - การคงอยู่ของข้อผูกพันการรักษาความลับ (Survival of Confidentiality Obligations)
บทบัญญัติในข้อ 16 นี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปแม้ว่าข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในข้อ 16.1 จะไม่มีผลบังคับใช้กับข้อมูลใดๆ ที่เข้าสู่สาธารณประโยชน์ผ่านช่องทางที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต - กรรมสิทธิ์ในสิ่งประดิษฐ์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น (Ownership of Developed Inventions and Software)
ไม่มีข้อความใดในข้อ 16 นี้ที่จะขัดขวางไม่ให้ Cybernetics+ นำสิ่งประดิษฐ์หรือซอฟต์แวร์ใดๆ ที่ตนพัฒนาขึ้นในระหว่างระยะเวลาของข้อตกลงนี้ไปใช้ประโยชน์ (แสวงหาประโยชน์)
การห้ามชักชวนพนักงาน (Non-Solicitation of Employees)
- ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงนี้และเป็นระยะเวลาต่อเนื่องอีกสิบสอง (12) เดือนหลังจากการสิ้นสุดสัญญา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ชักชวนหรือยื่นข้อเสนอการจ้างงานให้แก่พนักงานของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากอีกฝ่ายหนึ่ง
- คำว่า "จ้างงาน" (Employ) ในข้อ 17.1 นี้ ให้ครอบคลุมถึงการว่าจ้างบุคคลดังกล่าวในฐานะพนักงาน กรรมการ ผู้รับเหมา หรือผู้รับเหมาช่วง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งรวมถึงการสรรหาบุคลากรผ่านหน่วยงานจัดหางานหรือบริษัทอื่นๆ
- ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงนี้และเป็นระยะเวลาต่อเนื่องอีกสิบสอง (12) เดือนหลังจากการสิ้นสุดสัญญา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ชักชวนหรือยื่นข้อเสนอการจ้างงานให้แก่พนักงานของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากอีกฝ่ายหนึ่ง
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection)
- การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Compliance with Data Protection Laws)
ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องใดๆ ที่ประกาศใช้ตามมา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติและภาระหน้าที่ที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ - ความรับผิดชอบของลูกค้าในการคุ้มครองข้อมูล (Customer Responsibility for Data Protection)
ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์จะไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะใดๆ ที่ละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงความคลุมเครือใดๆ Cybernetics+ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับการละเมิดหรือข้อกล่าวหาว่าด้วยการละเมิดดังกล่าว
- การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Compliance with Data Protection Laws)
การตีความ (Interpretation)
กฎทั่วไปของการตีความ (General Rules of Interpretation)
ตลอดข้อตกลงนี้ ให้ใช้หลักการตีความต่อไปนี้ เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- ข้อความที่ระบุถึงเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะ ให้ใช้บังคับกับทุกเพศ
- คำศัพท์ที่ใช้ในรูปเอกพจน์ให้ครอบคลุมถึงรูปพหูพจน์ และในทางกลับกันด้วย
- คำศัพท์ที่อ้างถึงบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับกับห้างหุ้นส่วน บริษัท และบรรษัทด้วย และในทางกลับกันด้วย
- การอ้างถึงข้อและภาคผนวกที่มีตัวเลขกำกับ หมายถึงข้อที่เกี่ยวข้องภายในข้อตกลงนี้หรือภาคผนวกที่เกี่ยวข้องที่แนบท้ายข้อตกลงนี้
- การอ้างอิงภายในภาคผนวกใดๆ ของข้อตกลงนี้ไปยังย่อหน้าที่มีตัวเลขกำกับ ให้หมายถึงย่อหน้าที่มีตัวเลขกำกับของภาคผนวกเฉพาะนั้นๆ
- หัวข้อที่ใช้สำหรับข้อ ภาคผนวก และย่อหน้าภายในข้อตกลงนี้ไม่ได้มีผลหรือน้ำหนักในการตีความทางกฎหมาย
- การอ้างถึงกฎหมายใดๆ ให้รวมถึงการอ้างถึงบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือการแทนที่ตามระยะเวลา และยังครอบคลุมถึงกฎหมายลำดับรองหรือเทศบัญญัติใดๆ ที่ตราขึ้นภายใต้กฎหมายนั้นด้วย
- ข้อผูกพันใดๆ ที่กำหนดให้ฝ่ายหนึ่งต้องห้ามทำหรือละเว้นการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ให้รวมถึงข้อผูกพันในการป้องกันไม่ให้การกระทำหรือการละเว้นการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วย
- ฝ่ายที่ตกลงจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะถือว่าได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันนั้นเสร็จสิ้นแล้วเมื่อได้จัดหาให้การดำเนินการนั้นเสร็จสมบูรณ์
- ข้อความที่ระบุถึงเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะ ให้ใช้บังคับกับทุกเพศ
- ลำดับความสำคัญในกรณีที่มีข้อขัดแย้ง (Priority in Case of Conflict)
ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งหรือความคลุมเครือระหว่างข้อกำหนดภายในตัวหลักของข้อตกลงนี้และข้อกำหนดที่ระบุไว้ในภาคผนวกใดๆ ให้ข้อกำหนดในตัวหลักของข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้เหนือกว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญา (Relationship of the Parties)
- ความสัมพันธ์แบบผู้รับเหมาอิสระ (Independent Contractor Relationship)
ข้อตกลงนี้จะไม่ถูกตีความว่าเป็นหรือก่อให้เกิดห้างหุ้นส่วน การร่วมค้า ตัวแทน ความสัมพันธ์แบบทรัสต์ (Fiduciary relationship) หรือความสัมพันธ์อื่นใดระหว่างคู่สัญญานอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางสัญญาที่กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในเอกสารนี้ - ความเป็นอิสระของผู้รับเหมา (Contractor Independence)
ข้อตกลงนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความสัมพันธ์แบบนายจ้างและลูกจ้างระหว่างลูกค้าและ Cybernetics+ หรือบุคลากรของ Cybernetics+ ทั้งนี้ ลูกค้าจะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดให้ Cybernetics+ หรือบุคลากรของ Cybernetics+ ปฏิบัติงานใดๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของข้อตกลงนี้
- ความสัมพันธ์แบบผู้รับเหมาอิสระ (Independent Contractor Relationship)
ข้อตกลงทั้งหมดและการแก้ไขปรับปรุง (Entire Agreement and Modification)
- ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
ข้อตกลงนี้ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของเอกสารนี้ และเข้าแทนที่การสื่อสาร การแถลง หรือข้อตกลงก่อนหน้าหรือในขณะเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษร การแก้ไขปรับปรุง (Modification)
- ข้อตกลงนี้อาจจะไม่ได้รับการปลดเปลื้อง ปลดหนี้ เสริมเติมแต่ง ตีความ เปลี่ยนแปลง แปลกแยก หรือแก้ไขปรับปรุงในลักษณะใดๆ เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือลงนามโดยเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้องของแต่ละฝ่าย
- การสละสิทธิ์ในบทบัญญัติใดๆ ของข้อตกลงนี้จะไม่มีผลบังคับใช้ เว้นแต่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยทั้งสองฝ่าย
- แนวทางการปฏิบัติงานหรือพฤติกรรมใดๆ ของคู่สัญญาจะไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขปรับปรุงข้อตกลงนี้ หรือถือเป็นการสละสิทธิ์ในบทบัญญัติใดๆ ของเอกสารนี้
- ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างบทบัญญัติของข้อตกลงนี้และภาคผนวกหรือเอกสารแนบใดๆ ที่แนบมาพร้อมกัน ให้บทบัญญัติของข้อตกลงนี้มีผลเหนือกว่า
- ข้อตกลงนี้อาจจะไม่ได้รับการปลดเปลื้อง ปลดหนี้ เสริมเติมแต่ง ตีความ เปลี่ยนแปลง แปลกแยก หรือแก้ไขปรับปรุงในลักษณะใดๆ เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือลงนามโดยเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้องของแต่ละฝ่าย
- ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
การโอนสิทธิ์ (Assignment)
- การห้ามโอนสิทธิ์โดยทั่วไป (General Prohibition on Assignment)
ข้อตกลงนี้มีผลผูกพันและเป็นประโยชน์ต่อคู่สัญญาในที่นี้ รวมถึงผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตของแต่ละฝ่าย อย่างไรก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขในข้อ 22.2 ด้านล่างนี้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่สามารถโอนสิทธิ์ในข้อตกลงนี้ หรือสิทธิ์ ใบอนุญาต หรือข้อผูกพันใดๆ ที่เกิดขึ้นในที่นี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากอีกฝ่ายหนึ่ง ข้อยกเว้นสำหรับการห้ามโอนสิทธิ์ (Exceptions to Assignment Prohibition)
- โดยไม่คำนึงถึงข้อความข้างต้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจโอนสิทธิ์ในข้อตกลงนี้ให้แก่นิติบุคคลใดๆ ที่เข้าซื้อกิจการในหลักทรัพย์ตราสารทุน สินทรัพย์ หรือธุรกิจทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดของฝ่ายที่โอนสิทธิ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ การโอนสิทธิ์อาจทำชิ้นแก่นิติบุคคลใดๆ ที่ควบคุม ถูกควบคุมโดย หรืออยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันกับคู่สัญญาของข้อตกลงนี้ได้
- ความพยายามในการโอนสิทธิ์ใดๆ ที่ละเมิดข้อ 22 นี้จะถือว่าเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้
- โดยไม่คำนึงถึงข้อความข้างต้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจโอนสิทธิ์ในข้อตกลงนี้ให้แก่นิติบุคคลใดๆ ที่เข้าซื้อกิจการในหลักทรัพย์ตราสารทุน สินทรัพย์ หรือธุรกิจทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดของฝ่ายที่โอนสิทธิ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ การโอนสิทธิ์อาจทำชิ้นแก่นิติบุคคลใดๆ ที่ควบคุม ถูกควบคุมโดย หรืออยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันกับคู่สัญญาของข้อตกลงนี้ได้
- การห้ามโอนสิทธิ์โดยทั่วไป (General Prohibition on Assignment)
ข้อตกลงทั้งหมดและการทดแทนข้อตกลงเดิม (Entire Agreement and Supersession)
- ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
ข้อตกลงนี้ถือเป็นความเข้าใจและข้อตกลงที่สมบูรณ์ระหว่างคู่สัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของเอกสารนี้ และเข้าแทนที่การสื่อสาร การแถลง หรือข้อตกลงก่อนหน้าหรือในขณะเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษร - ข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหน้า (Pre-Existing Non-Disclosure Agreements)
พันธะผูกพันของคู่สัญญาภายใต้ข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) ที่มีอยู่ก่อนหน้าจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีข้อขัดแย้งระหว่างข้อตกลงดังกล่าวกับข้อตกลงฉบับนี้ - การเชื่อถือการแถลงความ (Reliance on Representations)
คู่สัญญารับทราบและยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าทำข้อตกลงนี้โดยเชื่อถือการแถลงความใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในเอกสารนี้
- ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)
คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือความล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้เนื่องจากสาเหตุใดๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผล สาเหตุดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง : ภัยธรรมชาติ (เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ) สงคราม การจลาจล การกระทำที่มุ่งร้ายให้เกิดความเสียหาย อัคคีภัย การกระทำของหน่วยงานของรัฐใดๆ ความล้มเหลวของการจ่ายไฟฟ้าสาธารณะ การนัดหยุดงาน การปิดงานงดจ้าง หรือข้อพิพาทแรงงานหรือความกังวลว่าจะเกิดข้อพิพาทแรงงาน (โดยไม่คำนึงว่าการระงับข้อพิพาทนั้นจะขึ้นอยู่กับคู่สัญญาฝ่ายดังกล่าวหรือไม่)
ข้อกำหนดว่าด้วยการบอกกล่าว(Notice Provisions)
- วิธีการสื่อสาร (Method of Communication)
การแจ้งเตือนทั้งหมดที่จัดให้มีขึ้นภายใต้ข้อตกลงนี้จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร การส่งมอบการแจ้งเตือน (Delivery of Notices)
ให้ถือว่าการแจ้งเตือนได้รับการส่งมอบอย่างถูกต้องดังต่อไปนี้
- เมื่อมีการส่งมอบโดยพนักงานส่งสารหรือบริการจัดส่งอื่นๆ (รวมถึงไปรษณีย์ลงทะเบียน) ในระหว่างชั่วโมงทำการปกติของผู้รับ
- เมื่อมีการส่งผ่านทางโทรสารหรืออีเมล โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีรายงานการส่งข้อมูลขัดข้องหรือใบรับคืนที่ระบุว่าการส่งข้อมูลล้มเหลวเกิดขึ้น
- ในวันทำการที่ห้าถัดจากวันที่ส่งทางไปรษณีย์ หากส่งโดยไปรษณีย์ไทย (แบบลงทะเบียน)
- ในวันทำการที่สิบถัดจากวันที่ส่งทางไปรษณีย์ หากส่งโดยไปรษณีย์อากาศแบบชำระเงินล่วงหน้า
- เมื่อมีการส่งมอบโดยพนักงานส่งสารหรือบริการจัดส่งอื่นๆ (รวมถึงไปรษณีย์ลงทะเบียน) ในระหว่างชั่วโมงทำการปกติของผู้รับ
- ในทุกกรณี การแจ้งเตือนจะต้องส่งไปยังที่อยู่ ที่อยู่อีเมล หรือหมายเลขโทรสารล่าสุดที่ได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
- วิธีการสื่อสาร (Method of Communication)
- การรวมภาคผนวก (Incorporation of Schedules)
บทบัญญัติที่ระบุไว้ภายในภาคผนวกที่แนบท้ายข้อตกลงนี้ให้ถือเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลงนี้ และให้มีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับที่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในข้อตกลงนี้ ผลผูกพันและผู้รับโอนสิทธิ์ (Binding Effect and Successors)
- ผลผูกพันต่อผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ (Binding Effect on Successors and Assigns)
ข้อตกลงนี้จะมีผลผูกพันและเป็นประโยชน์ต่อคู่สัญญาในที่นี้ รวมถึงผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตของแต่ละฝ่าย การอ้างถึง "คู่สัญญา" ภายในข้อตกลงนี้ให้รวมถึงผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตด้วย การระบุตัวผู้สืบทอดสิทธิ์ (Successor Identification)
สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อตกลงนี้ การอ้างถึง "คู่สัญญา" ให้ครอบคลุมถึงสิ่งต่อไปนี้
- บุคคลใดๆ ซึ่งผ่านการโอนสิทธิ์ การแปลงหนี้ใหม่ (Novation) หรือวิธีการทางกฎหมายอื่นๆ ได้รับสิทธิ์ในสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายนั้นภายใต้ข้อตกลงนี้ (หรือผลประโยชน์ใดๆ ในสิทธิ์เหล่านั้น)
- ผู้จัดการมรดก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือตัวแทนทางกฎหมายอื่นใดที่มีสิทธิ์ในการใช้สิทธิ์เหล่านั้น
- บุคคลใดๆ ซึ่งผ่านการโอนสิทธิ์ การแปลงหนี้ใหม่ (Novation) หรือวิธีการทางกฎหมายอื่นๆ ได้รับสิทธิ์ในสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายนั้นภายใต้ข้อตกลงนี้ (หรือผลประโยชน์ใดๆ ในสิทธิ์เหล่านั้น)
- โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ้างอิงดังกล่าวให้รวมถึงบุคคลใดๆ ที่สิทธิ์เหล่านี้ (หรือผลประโยชน์ใดๆ ในที่นี้) ได้รับการโอนหรือส่งมอบให้ อันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการ การแยกกิจการ การปรับโครงสร้างองค์กร หรือรูปแบบอื่นใดของการปรับโครงสร้างองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคู่สัญญาฝ่ายนั้น สำหรับวัตถุประสงค์นี้ การอ้างถึงสิทธิ์ของคู่สัญญาภายใต้ข้อตกลงนี้ให้รวมถึงสิทธิ์ในลักษณะเดียวกันที่บุคคลอื่นได้รับผ่านการแปลงหนี้ใหม่ของข้อตกลงนี้ด้วย
- ผลผูกพันต่อผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ (Binding Effect on Successors and Assigns)
การสละสิทธิ์และการแยกออกจากกันได้ของข้อสัญญา (Waiver and Severability)
- การเพิกเฉยหรือความล่าช้าในการใช้สิทธิ์ (No Waiver by Delay)
การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่าช้า ละเลย หรือผ่อนปรนในการบังคับใช้เงื่อนไขหรือข้อกำหนดใดๆ ของข้อตกลงนี้ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง จะไม่ถูกตีความว่าเป็นการสละสิทธิ์ หรือทำให้สิทธิ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงนี้ต้องเสียไป - สิทธิและการเยียวยาที่สะสมเพิ่มเติมได้ (Cumulative Rights and Remedies)
สิทธิ์ อำนาจ หรือแนวทางการแก้ไขใดๆ ที่มอบให้หรือสงวนไว้สำหรับคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์ อำนาจ หรือแนวทางการแก้ไขอื่นใดที่มีให้แก่คู่สัญญาฝ่ายนั้น - ในกรณีที่บทบัญญัติใดๆ ของข้อตกลงนี้ถูกตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายหรือคำพิพากษาของศาล ให้บทบัญญัติดังกล่าวถูกแยกออกจากข้อตกลงนี้ตามขอบเขตขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อให้หมดผลบังคับ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบทบัญญัติที่เหลืออยู่ในที่นี้ ทั้งนี้ ความสามารถในการบังคับใช้และความสมบูรณ์ของข้อตกลงส่วนที่เหลือจะไม่ได้รับผลกระทบในทางใดทางหนึ่ง
- การเพิกเฉยหรือความล่าช้าในการใช้สิทธิ์ (No Waiver by Delay)
- คู่ฉบับ (Counterparts)
ข้อตกลงนี้อาจถูกจัดทำขึ้นในคู่ฉบับตั้งแต่หนึ่งชุดขึ้นไป ซึ่งแต่ละชุดให้ถือเป็นต้นฉบับ และเมื่อรวมกันแล้วให้ถือเป็นเอกสารฉบับเดียวกัน - เวลาเป็นสาระสำคัญ (Time of the Essence)
การปฏิบัติตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด กรอบระยะเวลา วันที่ หรือรอบเวลาทั้งหมดที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ หรือที่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลังโดยคู่สัญญา ให้ถือว่าเป็นสาระสำคัญของสัญญา การรับเหมาช่วงและสิทธิ์ในการรับเหมาช่วง (Subcontracting and Right to Subcontract)
- Cybernetics+ อาจดำเนินการรับเหมาช่วงข้อผูกพันใดๆ หรือทั้งหมดของตนภายใต้ข้อตกลงนี้ได้ เมื่อได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากลูกค้า (ซึ่งความยินยอมดังกล่าวจะต้องไม่ถูกระงับหรือทำให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร)
- Cybernetics+ จะยังคงต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับการปฏิบัติตามข้อผูกพันที่รับเหมาช่วงดังกล่าว และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ลูกค้าต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่ลูกค้าได้รับ ซึ่งเกิดจากการกระทำหรือการละเว้นกระทำของตัวแทนหรือผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้น
- Cybernetics+ อาจดำเนินการรับเหมาช่วงข้อผูกพันใดๆ หรือทั้งหมดของตนภายใต้ข้อตกลงนี้ได้ เมื่อได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากลูกค้า (ซึ่งความยินยอมดังกล่าวจะต้องไม่ถูกระงับหรือทำให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร)
- ค่าฤชาธรรมเนียม (Costs and Expenses)
แต่ละฝ่ายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าใช้จ่ายของตนเองที่เกิดขึ้นจากการจัดทำ การเจรจาต่อรอง การลงนาม และการจดทะเบียน (หากมี) ของข้อตกลงนี้ - สิทธิหักกลบลบหนี้ (Right of Setoff)
ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหนี้สินต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเกิดจากข้อตกลงนี้หรือในทางอื่น โดยไม่คำนึงว่าหนี้สินนั้นจะเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน (หนี้สิ้นสุดแล้ว) หรือเป็นจำนวนเงินที่ยังไม่ได้กำหนดแน่นอน (หนี้ยังไม่สิ้นสุด) แต่ละฝ่ายจะมีสิทธิ์ในการหักกลบลบหนี้ตามมูลค่าของหนี้สินนั้นกับจำนวนเงินใดๆ ที่จะต้องชำระให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ - การยกเว้นสิทธิ์ของบุคคลที่สาม (Exclusion of Third-Party Rights)
คู่สัญญายืนยันเจตนาของตนอย่างชัดแจ้งว่าไม่มีบุคคลที่สามรายใดจะได้รับสิทธิ์ใดๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ดังนั้น บทบัญญัติว่าด้วยสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่สามตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะไม่มีผลบังคับใช้กับข้อตกลงนี้ การระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution)
- หนังสือแจ้งข้อพิพาท (Notice of Dispute)
สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อ 35 นี้ ให้ถือว่าข้อพิพาทได้เกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งส่งหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่รวมอีเมล) ไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง โดยระบุรายละเอียดลักษณะของข้อพิพาทอย่างชัดเจน กระบวนการระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution Process)
ความไม่ลงรอยกันใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ จะต้องได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการดังต่อไปนี้
- ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อพิพาท ตัวแทนของทั้งสองฝ่ายจะต้องประชุมร่วมกันและพยายามหาข้อตกลงระงับข้อพิพาทที่เป็นยอมรับร่วมกัน
- หากตัวแทนในขั้นต้นไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนจากแต่ละฝ่ายมาประชุมกันภายใน 7 วันถัดไป เพื่อพยายามระงับข้อพิพาทผ่านความเห็นชอบร่วมกัน
- หากข้อพิพาทดังกล่าวระงับไม่ได้และเป็นปัญหาในเชิงเทคนิค ซึ่งเกี่ยวข้องกับฟังก์ชันหรือความสามารถของซอฟต์แวร์ หรือเรื่องอื่นใดที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้อง ให้ส่งเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตัดสินชี้ขาดขั้นสุดท้าย โดยผู้เชี่ยวชาญรายนี้จะต้องได้รับการเสนอชื่อร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ไม่มีการเสนอชื่อร่วมกันภายใน 14 วันนับจากวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (The Computer Association of Thailand under the Royal Patronage) เป็นผู้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญตามคำร้องขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษา ไม่ใช่อนุญาโตตุลาการ คำตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ (ไม่รวมความผิดพลาดจากการเขียนหรือข้อผิดพลาดที่ชัดเจน) ให้ถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย โดยค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องจะแบ่งจ่ายเท่ากันทั้งสองฝ่าย เว้นแต่ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดว่าพฤติกรรมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้ฝ่ายนั้นต้องรับภาระค่าธรรมเนียมทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
- ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อพิพาท ตัวแทนของทั้งสองฝ่ายจะต้องประชุมร่วมกันและพยายามหาข้อตกลงระงับข้อพิพาทที่เป็นยอมรับร่วมกัน
- ในกรณีอื่นใด หากข้อพิพาทศาลยังระงับไม่ได้ ให้ข้อพิพาทนั้นได้รับการพิจารณาชี้ขาดโดยศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย ผ่านกฎหมายวิธีสบัญญัติของไทย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยอมรับในเขตอำนาจศาลเฉพาะของศาลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
- หนังสือแจ้งข้อพิพาท (Notice of Dispute)
- ภาษาที่ใช้บังคับในสัญญา (Governing Language)
ให้ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก (English Prevails) สัญญานี้จัดทำขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก สัญญาฉบับแปลภาษาไทยหรือภาษาอื่นใดจัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกเท่านั้น ในกรณีที่มีความขัดแย้ง คลุมเครือ หรือไม่สอดคล้องกันระหว่างเนื้อหาของสัญญาฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปลใดๆ ให้ถือเอาสัญญาฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์สูงสุดในการควบคุมและตีความเด็ดขาด