Skip to Content
Cybernetics+
  • เกี่ยวกับเรา
  • บริการ
    • Odoo ERP
    • การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ
    • ความปลอดภัยทางไซเบอร์
    • ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน
    • PDPA
  • บทความ
  • ร่วมงานกับเรา
  • แจ้งปัญหา
  • ติดต่อเรา
  • ​ +66 2 096 55 41
  • ลงชื่อเข้าใช้
  • EN JA TH
Cybernetics+
      • เกี่ยวกับเรา
      • บริการ
        • Odoo ERP
        • การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ
        • ความปลอดภัยทางไซเบอร์
        • ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน
        • PDPA
      • บทความ
      • ร่วมงานกับเรา
      • แจ้งปัญหา
      • ติดต่อเรา
    • ​ +66 2 096 55 41
    • EN JA TH
    • ลงชื่อเข้าใช้

    ข้อตกลงระดับการให้บริการ

    2026-06-18

    ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF

    ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย


    1. คำนิยามของกระบวนการ (Definitions of Process)

      1. ข้อตกลง (Agreement) : หมายถึงเอกสารฉบับนี้ทั้งฉบับ (ข้อกำหนดและเงื่อนไข) รวมถึงรายละเอียดใดๆ ในข้อเสนอการพัฒนาระบบและรายละเอียดค่าใช้จ่าย

      2. ลูกค้า (Customer) : บุคคลหรือบริษัทที่ซื้อบริการจาก Cybernetics+.

      3. ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights) : โดยหลักแล้วหมายถึง ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และการคุ้มครองอื่นๆ สำหรับงานสร้างสรรค์และสิ่งประดิษฐ์

        1. ข้อกำหนด (Specification) : เอกสารใดๆ ที่อธิบายบริการที่ Cybernetics+ จะส่งมอบ เช่น ข้อเสนอ รายละเอียดค่าใช้จ่าย หรือขอบเขตของโครงการ

        2. วันที่ตรวจรับงาน (Acceptance Date) : วันที่ลูกค้าอนุมัติซอฟต์แวร์ขั้นสุดท้าย

        3. การทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Acceptance Tests) : การทดสอบ (ตามที่อธิบายไว้ในข้อกำหนด) เพื่อยืนยันว่าซอฟต์แวร์ทำงานได้ตามที่ตั้งใจไว้

        4. บริการเพิ่มเติม (Additional Services) : สิ่งใดๆ เพิ่มเติมที่ลูกค้าร้องขอให้ Cybernetics+ ดำเนินการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อตกลงเดิม

      4. คำร้องขอเปลี่ยนแปลง (Change Request) : เอกสารที่เป็นทางการเพื่อขอแก้ไขแผนงานเดิม ซอฟต์แวร์ หรือสิ่งที่ต้องส่งมอบของโครงการ

      5. ข้อมูลที่เป็นความลับ (Confidential Information) : รายละเอียดที่เป็นความลับเกี่ยวกับธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี ฯลฯ ของทั้งสองบริษัท

      6. บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Services) : บริการที่รวมถึงการประเมิน การตรวจสอบช่องโหว่ และการทดสอบการเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของลูกค้าเพื่อระบุจุดอ่อนด้านความปลอดภัย

      7. บริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Solution Services) : บริการระดับมืออาชีพที่ครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การจัดการข้อมูล และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อแปลงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้จริง

      8. สิ่งที่ต้องส่งมอบ (Deliverables) : ซอฟต์แวร์ คำแนะนำ และบริการที่ Cybernetics+ ส่งมอบตามข้อตกลง

      9. การใช้งานจริง (Live Operational Use) : เมื่อลูกค้าเริ่มใช้ซอฟต์แวร์สำหรับกิจกรรมทางธุรกิจตามปกติ

      10. การใช้งานผิดประเภท (Mis-use) : การใช้ซอฟต์แวร์ในลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจไว้ตามข้อตกลงเริ่มต้น

      11. สิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License) : สิทธิ์การใช้งานแบบสมัครสมาชิกอย่างเป็นทางการสำหรับ ERP Enterprise Edition ซึ่งให้บริการและสนับสนุนโดยตรงจาก ERP S.A. หรือบริษัทในเครือระดับภูมิภาค (เช่น เจ้าของลิขสิทธิ์)

      12. กำหนดการชำระเงิน (Payment Schedule) : กำหนดการชำระเงินที่ระบุไว้ในข้อกำหนด

      13. การทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Test / Pent Test) : การจำลองการโจมตีทางไซเบอร์ที่ได้รับอนุญาตบนระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งดำเนินการเพื่อประเมินความปลอดภัยของระบบ

      14. ราคา (Price) : ค่าใช้จ่ายคงที่รวมสำหรับทุกสิ่งที่ Cybernetics+ จะส่งมอบตามข้อตกลง

      15. โครงการ (Project) : กระบวนการทั้งหมดในการพัฒนา ส่งมอบ และทดสอบซอฟต์แวร์ รวมถึงสิ่งที่ต้องส่งมอบอื่นๆ

      16. อัตราค่าบริการ (Rates) : ค่าใช้จ่ายรายชั่วโมงหรือรายวันสำหรับบริการของ Cybernetics+ ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลง

      17. ซอฟต์แวร์ (Software) : โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ Cybernetics+ สร้างหรือปรับแต่งให้กับลูกค้า ตามที่อธิบายไว้ในข้อตกลง

      18. อุปกรณ์ที่ระบุ (Specified Equipment) : คอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการที่จำเป็นในการรันซอฟต์แวร์

      19. ขอบเขตการทำงาน (Statement of Work / SOW) : เอกสารที่รวบรวมและกำหนดทุกแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับงานของโครงการ รวมถึงกำหนดการ สิ่งที่ต้องส่งมอบ และราคา

      20. Success Pack : ชุดชั่วโมงบริการระดับมืออาชีพที่ซื้อล่วงหน้า สำหรับการสนับสนุนแบบตามความต้องการ (On-demand) การเพิ่มประสิทธิภาพ และการปรับปรุงระบบ ERP

      21. ระบบ (System) : การรวมกันของอุปกรณ์ที่ระบุและซอฟต์แวร์

      22. ระยะเวลารับประกัน (Warranty Period) : ระยะเวลามาตรฐานสามสิบ (30) วัน (และขยายได้สูงสุดไม่เกินเก้าสิบ (90) วัน) เริ่มต้นจากวันที่เริ่มใช้งานจริง (Go-Live) ตามที่ยืนยันในเอกสารอนุมัติการเริ่มใช้งานจริง ซึ่งในระหว่างนี้ Cybernetics+ จะแก้ไขข้อบกพร่องใดๆ ของระบบ

      23. ชั่วโมงทำการ (Working Hours) : เวลาทำการของ Cybernetics+ ซึ่งได้แก่เวลา 09:00 น. ถึง 18:00 น. (UTC +7) วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์

      24. ทิกเก็ต / ใบแจ้งงาน (Ticket) : บันทึกที่ใช้เพื่อจัดทำเอกสารและติดตามปัญหาหรือคำร้องขอความช่วยเหลือจากลูกค้า

      25. ปัญหา (Issue) : สภาวะที่ระบบ ERP ไม่ทำงานตามที่คาดไว้ หรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่ระบุไว้



    2. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Services)

      ข้อกำหนดเฉพาะที่ระบุไว้ในหัวข้อย่อยต่อไปนี้ (2.1 ถึง 2.7) จะมีผลบังคับใช้เฉพาะกับบริการที่ลูกค้าได้สั่งซื้ออย่างชัดเจนตามที่ระบุไว้ในใบสั่งขาย (Sale Order) หรือขอบเขตการทำงาน (SOW) ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ข้อกำหนดทั่วไปในหมวดที่ 3 เป็นต้นไป จะมีผลบังคับใช้กับบริการทั้งหมดที่สั่งซื้อ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

      > บริการขึ้นระบบ (Implementation Services)

      > สัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (Maintenance and Service Agreement / MASA)

      > บริการ Success Pack (Success Pack Services)

      > บริการจัดหาและจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License Procurement Services)

      > บริการฝึกอบรม (Training Services)

      > บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Services)

      > บริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Solution Services)

      1. บริการขึ้นระบบ (Implementation Services)

        หมวดนี้อธิบายถึงกระบวนการและข้อตกลงสำหรับการพัฒนาและการส่งมอบซอฟต์แวร์ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนด (Specification) ของโครงการ

        1. นิยามของงานที่เสร็จสิ้น (Definition of Done)

          โครงการนี้แบ่งออกเป็นเฟสงานที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยแต่ละเฟสจะถือว่า "เสร็จสิ้น" (Done) เมื่อสิ่งที่ต้องส่งมอบทั้งหมดได้รับการดำเนินการ ตรวจสอบ และรับรองโดยลูกค้าผ่านการอนุมัติรับมอบงานอย่างเป็นทางการ (Sign-Off) โดยหลักเกณฑ์สำหรับแต่ละเฟสมีดังต่อไปนี้


          1. เฟสการเตรียมการ (Preparation Phase)
            > ดำเนินการประชุมเปิดโครงการ (Kickoff meeting) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักจากทั้งฝั่งลูกค้าและ Cybernetics+
            > มีความชัดเจนในเรื่องเป้าหมายของโครงการ กรอบเวลา ช่องทางการสื่อสาร และความรับผิดชอบของทีมงาน
            > จัดทำเอกสารข้อมูลที่จำเป็นล่วงหน้า (Prerequisite Document) เพื่อรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจ เทคนิค และการปฏิบัติงานที่จำเป็นจากลูกค้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis)
            > ลูกค้ายืนยันข้อมูลนำเข้าที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการเริ่มโครงการ

          2. เฟสการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis Phase)
            > ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อทบทวนกระบวนการทางธุรกิจ
            > ส่งมอบรายงานการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis Report) โดยระบุเปรียบเทียบระหว่างกระบวนการปัจจุบันและกระบวนการที่ต้องการ
            > ลงนามยอมรับขอบเขตงานและข้อเสนอแนะที่สรุปขั้นสุดท้าย

          3. เฟสการตั้งค่าระบบ (Configuration Phase)
            > ตั้งค่าโมดูลมาตรฐานตามความต้องการที่ได้จากการวิเคราะห์ความแตกต่าง (Gap Analysis)
            > โหลดข้อมูลสาธิตหรือข้อมูลเทมเพลตล่วงหน้า (ถ้ามี)
            > ตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงพื้นฐานและกลุ่มผู้ใช้งาน

          4. เฟสการเริ่มใช้ระบบ (Implementation Phase)
            > การจัดตั้งระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการปรับให้เข้ากับท้องถิ่นของไทย (Thai localization) หรือความต้องการทางธุรกิจเฉพาะ
            > ทดสอบคุณสมบัติต่างๆ ภายในโดย Cybernetics+
            > ส่งมอบสภาพแวดล้อมระบบ (Environment) ให้แก่ลูกค้าเพื่อดำเนินการทดสอบ

          5. เฟสการปรับแต่งระบบเฉพาะ (Customization Phase)
            > ดำเนินการตามคำร้องขอเปลี่ยนแปลง (CR) ที่ได้รับอนุมัติ ตามข้อกำหนดการปรับแต่งระบบที่ได้ลงนามร่วมกัน
            > เพิ่มและตรวจสอบความถูกต้องของโมดูลเฉพาะ รายงาน หรือตรรกะของระบบ (Logic)
            > บันทึกข้อมูลผลการทดสอบย่อย (Unit test) ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

          6. เฟสการสร้าง API (Construct API Phase)
            > พัฒนา API สำหรับระบบภายนอก (เช่น ระบบเป้าหมาย โลจิสติกส์ ช่องทางการชำระเงิน เป็นต้น) 
            > ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของการไหลของข้อมูล (Data flow) 
            > ส่งมอบเอกสารอธิบายจุดเชื่อมต่อระบบ (Endpoints)

          7. เฟสการออกแบบเว็บไซต์ (Web Design Phase) 
            > ออกแบบหน้าเว็บตาม UI/UX ที่ตกลงกันไว้ 
            > ธีมและเลย์เอาต์ได้รับการอนุมัติจากลูกค้า 
            > ส่งมอบเวอร์ชันทดสอบ (Staging version) เพื่อให้ลูกค้าทบทวน

          8. เฟสการผลิตสื่อภาพและเสียง (Visual Production Phase) 
            > สร้างเนื้อหาสื่อ (เช่น รูปภาพ, วิดีโอ) ตามขอบเขตที่กำหนด
            > ส่งมอบสินทรัพย์ (Assets) ในรูปแบบและความละเอียดที่ตกลงกันไว้
            > นำคำติชมของลูกค้าไปปรับปรุงก่อนการส่งมอบขั้นสุดท้าย

          9. เฟสการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Biz Consult Phase)
            > ให้การสนับสนุนในการปรับปรุงกระบวนการทำงานทางธุรกิจและการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change management)
            > ส่งมอบข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการหรือตัวชี้วัดผลงานหลัก (KPIs)
            > เสร็จสิ้นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหรือการสอนงาน (Coaching) แก่ลูกค้า

          10. เฟสการส่งมอบโครงการ (Project Delivery Phase)
            > ลูกค้าลงนามในเอกสารอนุมัติผลการทดสอบระบบ (UAT Sign-Off Document) เพื่อยืนยันว่าฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดของระบบเป็นไปตามสถานการณ์การทดสอบที่ตกลงกันไว้
            > ลูกค้าดำเนินการฝึกอบรมผู้ใช้งานภายในและลงนามในเอกสารยืนยันการฝึกอบรม (Training Sign-Off Document) ที่จัดทำโดย Cybernetics+.
            > ลูกค้าลงนามในเอกสารอนุมัติการเริ่มใช้งานจริง (Go Live Sign-Off Document) เพื่อยืนยันความพร้อมสำหรับการเปิดตัวระบบเต็มรูปแบบและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาพแวดล้อมการใช้งานจริง
            > ข้อมูลประจำตัวระบบ (Credentials) การตั้งค่า และเอกสารการส่งมอบงานทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่ลูกค้า

          11. เฟสการรันระบบคู่ขนาน / ระยะเวลารับประกัน (Parallel / Warranty Phase)
            > ระบบทำงานคู่ขนานกับระบบเก่า (หากจำเป็น)
            > การติดตามและแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug tracking) และการปรับปรุงเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับความเสถียรของระบบได้รับการจัดการเรียบร้อย
            > ระยะเวลารับประกันมาตรฐาน (Standard Warranty Period) มีกำหนด สามสิบ (30) วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งานจริง (Go-Live) โดยลูกค้ามีหน้าที่ต้องดำเนินการทดสอบความเสถียรและลงนามอนุมัติรับรองผลความเสถียรของระบบขั้นสุดท้ายภายในกรอบเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีข้อบกพร่องระดับวิกฤตที่ยังแก้ไขไม่เสร็จสิ้น หรือมีข้อตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร ระยะเวลารับประกันอาจขยายออกไปได้ตามความจำเป็น แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ระยะเวลารับประกันรวมทั้งหมด สูงสุดจะต้องไม่เกินเก้าสิบ (90) วัน นับจากวันที่เริ่มใช้งานจริง และให้ระยะเวลารับประกันสิ้นสุดลงทันที
            > การสนับสนุนในช่วงระยะเวลารับประกันจะรวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของบริการขึ้นระบบ (Implementation Services) สำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องหลังจากสิ้นสุดระยะเวลานี้จะให้บริการภายใต้สัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (MASA) แยกต่างหากซึ่งมีค่าบริการ

          12. หมายเหตุสำคัญ (Important Notes) 
            > แต่ละเฟสงานกำหนดให้ต้องมีการลงนามอนุมัติ (Sign-Off) อย่างเป็นทางการจากลูกค้าก่อนที่จะดำเนินการในเฟสถัดไป 
            > คำร้องขอใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เฟสงานนั้นๆ เสร็จสิ้น (DONE) แล้ว จะถือเป็นความต้องการใหม่ (New Requirements) ซึ่งจะมีการเสนอราคาแยกต่างหาก

      2. สัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (Maintenance and Service Agreement / MASA)

        หมวดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตและเงื่อนไขการบริการสำหรับการบำรุงรักษาและการสนับสนุนระบบ ERP ที่ได้ติดตั้งและใช้งานอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และต่อเนื่อง


        1. ข้อตกลงการบำรุงรักษาและการบริการรายปี (Annual Maintenance and Service Agreement)


          1. การเริ่มต้นบริการ (Service Commencement)
            เมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษาและการบริการรายปีเรียบร้อยแล้ว Cybernetics+ จะให้บริการแก่ลูกค้าตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันที่เริ่มต้นการสนับสนุน (Support Commencement Date) ทั้งนี้ บริการรายปีนี้จะต่ออายุโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะมีการยกเลิกโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

          2. ขอบเขตการให้บริการ MASA (Scope of MASA Services)
            บริการนี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้มั่นใจว่าระบบ ERP ของลูกค้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และต่อเนื่อง บริการประกอบด้วย


            1. การบริหารจัดการบริการ (Service Management)
              ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในการบริหารจัดการคำขอบริการทั้งหมดผ่านระบบทิกเก็ต (Ticket System)

            2. การบำรุงรักษาส่วนปรับแต่ง (Customization Maintenance)
              บำรุงรักษาส่วนต่างๆ ที่ได้รับการปรับแต่งเฉพาะสำหรับระบบ ERP ของลูกค้าเพื่อให้มั่นใจว่าฟังก์ชันการทำงานเหล่านั้นทำงานได้อย่างถูกต้อง

            3. การประชุมสนับสนุน (Support Meeting)
              จัดการประชุมตามรอบเวลาร่วมกับลูกค้าเพื่อติดตามความคืบหน้าของการบริการและหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง

            4. การสำรองข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ (Server Backup)
              ดำเนินการสำรองข้อมูลระบบ ERP โดยอัตโนมัติและจัดเก็บไว้ตามกำหนดการมาตรฐาน สำหรับรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับระยะเวลาการเก็บรักษา ความซ้ำซ้อนของข้อมูล และกระบวนการกู้คืนระบบในกรณีฉุกเฉิน โปรดอ้างอิงจากหัวข้อ 8 หรือหมวด "นโยบายการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ" (Data Backup and Disaster Recovery Policy) ของข้อตกลงฉบับนี้

            5. การสนับสนุนด้านการใช้งานและด้านเทคนิค (Usage & Technical Support)
              ให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคผ่านช่องทางที่กำหนด

            6. การฝึกอบรม (Training)
              ให้สิทธิ์การจัดฝึกอบรมจำนวนหนึ่งครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 6 ชั่วโมง) ต่อรอบระยะเวลาสัญญา สิทธิ์การฝึกอบรมที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถสะสมไปใช้ในรอบถัดไปหรือนำมาขอคืนเงินได้

            7. การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ (Expert Consultation)
              ให้สิทธิ์การปรึกษาออนไลน์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง) ต่อเดือน สิทธิ์การปรึกษาที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปหรือนำมาขอคืนเงินได้

        2. ระดับการสนับสนุน MASA และเวลาในการตอบสนอง (MASA Support Levels and Response Times)


          1. ชั่วโมงทำการสนับสนุน (Support Hours)
            บริการจะดำเนินการตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 18:00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ในประเทศไทย

          2. วิธีการสนับสนุน (Method of Support)
            บริการสนับสนุนทั้งหมดจะดำเนินการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางสื่อสารทางไกลอื่นๆ การสนับสนุน ณ สถานที่หน้างาน (On-site support) จะไม่รวมอยู่ในขอบเขตเว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น และหากจำเป็นต้องดำเนินการ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับค่าเดินทางและที่พัก

          3. ตัวชี้วัดสัญญาระดับการบริการ (SLA Metrics)
            สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อตกลงฉบับนี้ "เวลาตอบสนอง" (Response Time) หมายถึง ระยะเวลาการรับทราบข้อบกพร่องที่รายงาน; "การแจ้งแนวทางแก้ไข" (Feedback Solution) หมายถึง กรอบเวลาสำหรับการจัดทำแผนเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา; และ "เวลาในการแก้ไข" (Resolution Time) หมายถึง เป้าหมายระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้ คู่สัญญารับทราบและตกลงร่วมกันว่า ผู้ให้บริการบริหารจัดการทรัพยากรและการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบ รอบการทำงานคงที่ทุกๆ สิบสี่ (14) วัน (Development Sprint) ดังนั้น สำหรับข้อบกพร่องที่ไม่ได้อยู่ในระดับวิกฤต (Severity ระดับ 3 และ 4) ปัญหาดังกล่าวจะถูกจัดสรรและนำเข้าสู่แผนงานในรอบการทำงาน (Sprint) ถัดไปหลังจากวันที่ได้รับแจ้งเหตุ โดยมีกรอบเวลาในการแก้ไขเสร็จสิ้นตามที่กำหนดไว้ในตารางด้านล่าง

          4. ตารางระดับความรุนแรง (Severity Table)

            ระดับความรุนแรง

            คำอธิบาย

            เวลาตอบสนอง
            การแจ้งแนวทางแก้ไข
            เวลาในการแก้ไข

            หมายเหตุ

            ระบบล่ม
            (ระดับ 1)
            ผู้ใช้งานทั้งหมดหรือจำนวนมาก (มากกว่า 50%) ไม่สามารถเข้าใช้งานระบบเพื่อปฏิบัติงานตามปกติได้ หรือฟังก์ชันหลักของระบบหยุดทำงานโดยสิ้นเชิง

            และ ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว
            4
            ชั่วโมงทำการ
            ภายใน 1 วันทำการ
            ภายใน 3 วันทำการ

            ดำเนินการแบบเร่งด่วนทันที

            ระบบทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง
            (ระดับ 2)
            ระบบภาพรวมยังคงใช้งานได้ แต่ฟังก์ชันสำคัญที่มีผลกระทบขั้นวิกฤตต่อธุรกิจ เกิดความล้มเหลวไม่สามารถทำงานได้

            และ ไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว แม้จะเกิดกับผู้ใช้งานรายบุคคลก็ตาม
            8
            ชั่วโมงทำการ
            ภายใน 2 วันทำการ
            ภายใน 7 วันทำการ

            ดำเนินการแบบคิวแทรกพิเศษ

            การดำเนินงานติดขัดทั่วไป
            (ระดับ 3)
            ระบบหรือฟังก์ชันการทำงานบางส่วนถูกจำกัด หรือประสิทธิภาพลดลงช้าลง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางธุรกิจขั้นวิกฤต

            หรือ เป็นปัญหาที่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว ที่ช่วยให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจต่อไปได้
            12
            ชั่วโมงทำการ
            ภายใน 3 วันทำการ
            ภายใน 14 วันทำการ

            ดำเนินการแบบคิวแทรกพิเศษ

            ปัญหาด้านข้อมูลหรือคำขอทั่วไป
            ระบบทำงานได้ตามปกติ แต่มีการแสดงผลข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบางจุด หรือผู้ใช้งานรายบุคคลติดปัญหาการเข้าใช้ระบบโดยไม่มีผลกระทบต่อกระบวนการทำงานหลัก

            หรือ เป็นคำร้องขอคำแนะนำการใช้งานทั่วไป
            16
            ชั่วโมงทำการ
            ภายใน 4 วันทำการ
            ภายในรอบการทำงาน (Sprint) ถัดไป

            สูงสุดไม่เกิน 28 วันทำการ นับจากวันที่แจ้งปัญหา


          5. การอัปเดตความคืบหน้า (Progress Updates) : ลูกค้าจะได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารนี้จะเกิดขึ้นอย่างน้อยทุกๆ สองชั่วโมงสำหรับปัญหาในระดับวิกฤต (Severity 1 และ 2)

        3. ความรับผิดชอบของลูกค้าสำหรับการสนับสนุน (Customer Responsibilities for Support)


          1. ในการขอรับบริการสนับสนุน ลูกค้าจะต้องส่งใบแจ้งงาน (Ticket) พร้อมระบุรายละเอียดข้อความอธิบายปัญหาอย่างละเอียด รวมถึงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดปัญหานั้น และจัดส่งข้อมูลอื่นๆ ตามที่ Cybernetics+ ร้องขอ (เช่น ภาพถ่ายหน้าจอ และไฟล์บันทึกระบบ หรือ Log files) เพื่อให้ทีมงานสามารถจำลองปัญหาที่เกิดขึ้นได้

          2. ลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบแก่ Cybernetics+ อย่างเพียงพอเพื่อความสะดวกในการวินิจฉัยข้อผิดพลาด

          3. ลูกค้าจะต้องใช้งานซอฟต์แวร์และดูแลรักษาข้อมูลให้เป็นไปตามคำแนะนำทั้งหมดที่ได้รับจาก Cybernetics+ อย่างเคร่งครัด

        4. ขอบเขตการดูแลและข้อจำกัด (Scope of Care and Limitations)


          1. ขอบเขตที่ครอบคลุม (Covered Scope)
            บริการนี้ครอบคลุมเฉพาะส่วนของระบบที่ได้รับการติดตั้งและปรับแต่งโดย Cybernetics+ และเฉพาะสิทธิ์การใช้งาน (User licenses) ที่ได้รับอนุญาตผ่าน Cybernetics+ เท่านั้น

          2. การสิ้นสุดข้อตกลงเป็นโมฆะ (Voiding of Agreement)
            ข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงทันทีหากลูกค้าดำเนินการแก้ไข ปรับแต่ง หรือเพิ่มขยายระบบด้วยตนเองโดยอิสระ

          3. ข้อยกเว้นทั่วไป (General Exclusions)
            Cybernetics+ จะไม่มีความผูกพันในการให้บริการสนับสนุนสำหรับปัญหาที่เกิดจาก


            1. การปรับแต่งหรือแก้ไขซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต

            2. ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์อื่นใดนอกเหนือจากตัวซอฟต์แวร์หลักเอง

            3. การใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่เหมาะสมหรือไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการใช้งานผิดประเภทหรือความผิดพลาดของผู้ใช้งาน

            4. ข้อผิดพลาดที่มีต้นเหตุมาจากฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายของลูกค้า

            5. โปรแกรมใดๆ ที่นำมาใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์โดยที่โปรแกรมเหล่านั้นไม่ได้จัดหาให้โดย Cybernetics+

            6. การที่ลูกค้าไม่ดำเนินการติดตั้งซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ (Software Release) ที่ Cybernetics+ จัดหาให้ภายใน 30 วัน

            7. การใช้ส่วนประกอบของซอฟต์แวร์ในรูปแบบใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในคำแนะนำการใช้งานที่จัดหาให้โดย Cybernetics+

            8. การใช้ซอฟต์แวร์ร่วมกับฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ หรือซอฟต์แวร์สนับสนุนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์ที่ระบุ

            9. การแก้ไข การตั้งค่า หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ทำต่อสถาปัตยกรรมระบบ โครงสร้างฐานข้อมูล แผนผังการทำงานของผู้ใช้ หรือรายงานของระบบ โดยใช้เครื่องมือปรับแต่งที่มีมากับระบบ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเครื่องมือปรับแต่งระบบด้วยตนเองของ ERP เช่น Odoo Studio) โดยลูกค้าหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+ ทั้งนี้ ข้อผิดพลาดของระบบ ประสิทธิภาพที่ลดลง หรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูลใดๆ ที่เป็นผลมาจากการกระทำดังกล่าว จะถูกยกเว้นออกจากการสนับสนุนมาตรฐานโดยเด็ดขาด และจะถือว่าเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งหมด

        5. ค่าบริการและค่าธรรมเนียม (Chargeable Services and Fees)


          1. บริการซัพพอร์ตที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Chargeable Support)
            เวลาใดๆ ที่ Cybernetics+ ใช้ในการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อยกเว้นความรับผิดชอบ (ข้อ 2.2.4.3 / ข้อยกเว้นทั่วไป) จะมีการคิดค่าบริการตามอัตราปัจจุบันในขณะนั้น

          2. บริการเร่งด่วนพิเศษและการร้องขอคิวแทรก (Urgent Services and Ad-Hoc Requests)
            ในกรณีที่ลูกค้าร้องขอให้ดำเนินการตรวจสอบ แก้ไขปัญหา หรือจัดการประชุมแบบเร่งด่วนทันที สำหรับปัญหาที่ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรงทั่วไป (Severity 3 หรือ 4) โดยต้องการข้ามขั้นตอนการรอรอบการทำงาน (Sprint-Based Scheduling) ตามปกติ การร้องขอดังกล่าวจะถือเป็น "คำร้องขอบริการเร่งด่วนพิเศษ" หากลูกค้าไม่ได้สั่งซื้อแพ็กเกจการสนับสนุนแบบเร่งด่วน (Pre-purchased Urgent Package) ไว้ล่วงหน้า Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการประเมินและเรียกเก็บค่าบริการใน "อัตราเร่งด่วนพิเศษ" (Urgent Issue Ticket Rate) ซึ่งจะมีอัตราค่าบริการที่สูงกว่าอัตรามาตรฐานปกติ ทั้งนี้ Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการตอบรับหรือปฏิเสธคำร้องขอบริการเร่งด่วนพิเศษดังกล่าว โดยพิจารณาจากความพร้อมของทรัพยากรบุคคลในขณะนั้นเป็นสำคัญ

          3. การชำระค่าธรรมเนียมรายปี (Annual Fee Payment)
            ลูกค้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการบำรุงรักษาและการบริการรายปีให้แก่ Cybernetics+ ในหรือก่อนวันที่เริ่มต้นการสนับสนุน บริการสนับสนุนจะไม่ถูกเปิดระบบจนกว่าจะได้รับชำระเงินเต็มจำนวน

          4. การต่ออายุรายปี (Annual Renewal)
            หากต้องการยกเลิกการต่ออายุบริการซัพพอร์ตอัตโนมัติ ลูกค้าต้องส่งหนังสือแจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ Cybernetics+ ล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วันก่อนถึงวันต่ออายุสัญญา

          5. การยกเลิกสัญญา (Cancellation)
            ลูกค้าอาจขอยกเลิกบริการซัพพอร์ตเมื่อใดก็ได้ในระหว่างปี แต่จะไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมรายปี (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ในทุกกรณี

          6. การปรับเพิ่มค่าธรรมเนียม (Fee Increase)
            Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับรอบการต่ออายุสัญญาถัดไป โดยจะแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนถึงวันต่ออายุสัญญา

      3. บริการ Success Pack (Success Pack Services)

        หมวดนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับบริการ Success Pack ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การสนับสนุนที่มีโครงสร้างชัดเจนและเป็นไปตามความต้องการ (On-demand) สำหรับการปรับใช้งาน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการปรับปรุงระบบ ERP


        1. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
          Cybernetics+ จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานของลูกค้าเพื่อส่งมอบการปรับปรุง การให้คำแนะนำ และการสนับสนุนตามเป้าหมาย บริการอาจรวมถึงการตั้งค่าระบบ การปรับแต่งเฉพาะ การนำเข้าข้อมูล การฝึกอบรม และการให้คำแนะนำทั่วไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดของ Success Pack

        2. รูปแบบบริการ ระยะเวลา และการหมดอายุ (Service Model, Duration, and Expiration)


          1. บริการ Success Pack จะใช้งานได้ตามจำนวนชั่วโมงที่สั่งซื้อ

          2. บริการจะดำเนินต่อไปจนกว่าชั่วโมงที่จัดสรรไว้จะถูกใช้งานจนหมด หรือจนกว่าจะถึงวันสิ้นสุดสัญญา แล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน

          3. ชั่วโมงทั้งหมดภายใต้ Success Pack จะต้องถูกใช้งานก่อนวันสิ้นสุดสัญญา ชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถยกยอด (Roll over) ไปยังรอบระยะเวลาใหม่ได้ เว้นแต่จะมีการทำข้อตกลงต่ออายุสัญญาแยกต่างหาก

        3. ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)


          1. ลูกค้าต้องรักษาอายุสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License) ให้มีผลใช้งานอยู่ตลอดระยะเวลาการให้บริการ

          2. ลูกค้าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสมาชิกในทีมที่ได้รับมอบหมายมีความพร้อมสำหรับการร่วมมือ ให้คำติชมที่ทันท่วงที และดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งมอบบริการที่ประสบความสำเร็จและป้องกันความล่าช้า

        4. ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
          ลูกค้ามีสิทธิ์ร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มขอบเขตการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันเกี่ยวกับค่าบริการที่เพิ่มขึ้นและการปรับเปลี่ยนระยะเวลาโครงการที่จำเป็น โดยจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป

        5. การสิ้นสุดสัญญาและการคืนเงิน (Termination and Refunds)


          1. หาก Cybernetics+ ไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานบริการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจยุติสัญญาและร้องขอคืนเงินสำหรับส่วนของชั่วโมง Success Pack ที่ยังไม่ได้ใช้งานได้

          2. ในทางกลับกัน หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนหรือไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอของ Cybernetics+ ทาง Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือยุติการให้บริการโดยไม่ต้องคืนเงินสำหรับชั่วโมงที่เหลืออยู่ใดๆ

      4. บริการจัดหาและจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License Procurement Services)
        หมวดนี้กำหนดสำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP ในนามของลูกค้า

        1. ขอบเขตบริการและบทบาทตัวกลาง (Scope of Service and Intermediary Role)

          1. Cybernetics+ จะทำหน้าที่เป็นเพียง "ตัวกลาง" ในการสั่งซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP Enterprise License จากเจ้าของลิขสิทธิ์ (Copyright Owner) ในนามของลูกค้าเท่านั้น

          2. ความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับการสนับสนุน การรับประกัน และบริการของตัวสิทธิ์การใช้งาน ERP จะได้รับการดูแลโดยตรงและเฉพาะจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น Cybernetics+ จะไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อการหยุดชะงักของบริการ การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้าและเจ้าของลิขสิทธิ์

        2. ระยะเวลาบริการ (Service Duration)
          ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ตลอดระยะเวลาการสมัครสมาชิกสิทธิ์การใช้งาน ERP (ERP License subscription period) ตามที่ระบุไว้ในใบสั่งซื้อ

        3. ความรับผิดชอบของลูกค้าและการชำระเงิน (Client Responsibilities and Payment)

          1. ลูกค้าต้องชำระเงินค่าสิทธิ์การใช้งานเต็มจำนวนให้แก่ Cybernetics+ ก่อนที่ Cybernetics+ จะดำเนินการจัดซื้อจากเจ้าของลิขสิทธิ์

          2. ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการอ่าน ยอมรับ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้งานและนโยบายทั้งหมดของเจ้าของลิขสิทธิ์

        4. การระงับบริการและการหยุดชะงักของสิทธิ์การใช้งาน (Service Suspension and License Disruption)

          1. หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามพันธะผูกพันในการชำระเงินหรือไม่สามารถให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับกระบวนการจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับบริการจัดซื้อโดยไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่มีการคืนเงินใดๆ

          2. กรณีที่ หากเกิดผิดพลาดในการชำระเงินของลูกค้าไม่ตรงเวลา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการระงับหรือสิ้นสุดสิทธิ์การใช้งาน ERP โดยเจ้าของลิขสิทธิ์ Cybernetics+ จะไม่รับผิดชอบต่อการหยุดชะงักของบริการหรือการสูญหายของข้อมูลที่เป็นผลตามมา ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นสำหรับการเปิดใช้งานระบบใหม่ (Reactivation) ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับภาระทั้งหมด

        5. การสิ้นสุดสัญญาและการคืนเงิน (Termination and Refunds)
          หาก Cybernetics+ ไม่สามารถจัดซื้อสิทธิ์การใช้งาน ERP ให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้หลังจากได้รับชำระเงินแล้ว ลูกค้าอาจยกเลิกข้อตกลงและร้องขอคืนเงินสำหรับรายการธุรกรรมที่ยังไม่ได้ดำเนินการได้

        6. ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
          ลูกค้าอาจร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มขอบเขตของบริการจัดซื้อ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การเจรจาต่อรองราคาใหม่และการปรับเปลี่ยนกรอบเวลา ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายเป็นรายกรณีไป

      5. บริการฝึกอบรม (Training Services)

        ข้อกำหนดนี้สำหรับบริการฝึกอบรมระดับมืออาชีพที่ส่งมอบโดย Cybernetics+ ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ทีมงานของลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานจริงได้


        1. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)


          1. Cybernetics+ ให้บริการฝึกอบรมในหัวข้อทางธุรกิจและเทคนิค ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การฝึกอบรมระบบ ERP, แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง, ความตระหนักรู้ด้าน PDPA และความปลอดภัยทางไซเบอร์ และหัวข้อเฉพาะทางอื่นๆ

          2. บริการฝึกอบรมนี้ให้บริการเป็นแพ็กเกจแบบสแตนด์อโลน (Standalone) ซึ่งครอบคลุมถึงการฝึกอบรม ERP สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการขึ้นระบบเริ่มต้นกับ Cybernetics+ ตลอดจนลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการเซสชันการฝึกอบรมทบทวนความรู้หรือหลักสูตรขั้นสูง

          3. Cybernetics+ มีตัวเลือกการฝึกอบรมทั้งแบบออนไลน์ (Online) และแบบหน้างาน (Onsite) เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้า เนื้อหาการฝึกอบรมสามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้าได้

        2. การส่งมอบบริการและกำหนดการ (Service Delivery and Schedule)


          1. เซสชันการฝึกอบรมจะให้บริการเป็นรายวัน ระยะเวลาของการฝึกอบรมในแต่ละวันโดยทั่วไปคือแปดชั่วโมง (รวมเวลาพัก) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

          2. กำหนดการต่างๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่าง Cybernetics+ และลูกค้าเพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการดำเนินงานของลูกค้า

          3. หากจำเป็นต้องมีหัวข้อหรือเซสชันเพิ่มเติมเกินกว่าจำนวนวันที่ตกลงกันไว้ อาจมีการเสนอการฝึกอบรมเพิ่มเติมในอัตราค่าบริการรายวันแบบสัดส่วน (Prorated daily rate) เมื่อได้รับความเห็นชอบร่วมกัน

        3. ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)


          1. สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์ (Online Training)
            ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบว่าทีมงานของตนมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (เช่น พื้นที่ที่เงียบสงบ, ฮาร์ดแวร์ที่จำเป็น) สำหรับเซสชันการฝึกอบรมเสมือนจริง

          2. สำหรับการฝึกอบรมหน้างาน (Onsite Training)
            ลูกค้าต้องจัดเตรียมพื้นที่ฝึกอบรมที่เหมาะสมซึ่งพร้อมด้วยฮาร์ดแวร์ที่จำเป็น (เช่น เครื่องโปรเจกเตอร์, คอมพิวเตอร์) ที่นั่ง และสิทธิ์การเข้าใช้งานสภาพแวดล้อมระบบ ERP เฉพาะของลูกค้าตามที่ร้องขอ

          3. ลูกค้าควรระบุตัวบุคคลที่เหมาะสมเข้าร่วมเซสชันและตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อรับประโยชน์สูงสุดจากการฝึกอบรม

        4. นโยบายการแก้ไข การยกเลิก และการเปลี่ยนกำหนดการ (Modification, Cancellation, and Rescheduling Policy)


          1. การแก้ไข (Modification)
            หากลูกค้าร้องขอแก้ไขกำหนดการหรือขอบเขตการฝึกอบรม Cybernetics+ กำหนดให้ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยสาม (3) วันทำการสำหรับการฝึกอบรมออนไลน์ และห้า (5) วันทำการสำหรับการฝึกอบรมหน้างาน การเปลี่ยนแปลงใดๆ จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของที่ปรึกษาและอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

          2. การยกเลิก (สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์)
            การยกเลิกที่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเซสชันที่กำหนดไว้ อาจมีค่าธรรมเนียมการยกเลิกเทียบเท่ากับ 50% ของอัตราค่าฝึกอบรมรายวัน

          3. การยกเลิก (สำหรับการฝึกอบรมหน้างาน)
            การยกเลิกที่เกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเซสชันที่กำหนดไว้ อาจมีค่าธรรมเนียมสำหรับค่าเดินทางและที่พักที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เพิ่มเติมจากค่าปรับ 50% ของอัตราค่าฝึกอบรมรายวัน

        5. ข้อผูกพันระดับการให้บริการ (Service Level Commitment)


          1. สำหรับการฝึกอบรมออนไลน์
            Cybernetics+ จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อจัดการกับปัญหาการเชื่อมต่อหรือปัญหาแพลตฟอร์มฝั่งผู้ให้บริการในระหว่างชั่วโมงการฝึกอบรมที่กำหนดไว้

          2. สำหรับการฝึกอบรมหน้างาน
            Cybernetics+ จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานฝึกอบรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมพร้อมที่จะส่งมอบการฝึกอบรม ณ สถานที่ของลูกค้าหรือสถานที่ที่ตกลงกันไว้ตามกำหนดการ

      6. บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Services)

        ข้อกำหนดนี้สำหรับบริการความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งครอบคลุมถึงการประเมิน การตรวจสอบ และการทดสอบการเจาะระบบ (Penetration testing) ของโครงสร้างพื้นฐานไอทีของลูกค้า


        1. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)


          1. Cybernetics+ จะดำเนินการตรวจสอบและทดสอบเครือข่าย เว็บแอปพลิเคชัน และการตั้งค่าระบบของลูกค้าอย่างครอบคลุมเพื่อระบุช่องโหว่และความเสี่ยง

          2. สิ่งที่ต้องส่งมอบหลักประกอบด้วยรายงานโดยละเอียดและข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของลูกค้า

        2. การส่งมอบบริการและระยะเวลา (Service Delivery and Duration)


          1. บริการความปลอดภัยทางไซเบอร์จะส่งมอบในรูปแบบโครงการที่มีกรอบเวลาเฉพาะเจาะจงตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)

          2. การส่งมอบบริการขึ้นอยู่กับการจัดเตรียมสิทธิ์การเข้าถึงและข้อมูลที่จำเป็นของลูกค้าอย่างทันท่วงที

          3. หากลูกค้าต้องการการทดสอบเพิ่มเติมหรือการประเมินตามรอบเวลา จะต้องมีการเจรจาต่อรองและทำข้อตกลงหรือต่ออายุบริการใหม่

        3. ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)


          1. ลูกค้าจำเป็นต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงระบบ เครือข่าย และแอปพลิเคชันทั้งหมดภายใต้ขอบเขตการทำงานแก่ Cybernetics+ อย่างเต็มรูปแบบและทันท่วงที รวมถึงข้อมูลประจำตัว (Credentials) และการอนุญาตที่จำเป็น

          2. ลูกค้าต้องระบุผู้ประสานงานหลักทางเทคนิคเพื่อความสะดวกในการประสานงาน

          3. ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการทบทวนและดำเนินการตามข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงที่จัดหาให้โดย Cybernetics+

        4. การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล (Confidentiality and Data Security)


          1. Cybernetics+ จะรับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดที่เข้าถึงในระหว่างการดำเนินงานจะได้รับการจัดการด้วยระดับการรักษาความลับสูงสุด

          2. ผลการตรวจสอบ รายงาน และข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้จะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและแบ่งปันเฉพาะกับบุคคลที่ได้รับอนุญาตภายในองค์กรของลูกค้าเท่านั้น

        5. ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
          หากลูกค้าร้องขอแก้ไขหรือต้องการบริการเพิ่มเติม (เช่น การขยายขอบเขตการทดสอบ) การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การเจรจาต่อรองราคาตามสัญญาและกรอบเวลาใหม่ โดยบันทึกไว้ในข้อตกลงเพิ่มเติม

        6. การสิ้นสุดสัญญา (Termination)


          1. ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยุติข้อตกลงนี้ได้หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันที่เป็นสาระสำคัญของตน

          2. ในกรณีที่มีการยุติสัญญา ลูกค้าจะได้รับการเรียกเก็บค่าบริการสำหรับบริการทั้งหมดที่ได้ดำเนินการไปแล้วจนถึงจุดที่สัญญาสิ้นสุดลง หาก Cybernetics+ ไม่สามารถส่งมอบบริการตามที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจร้องขอคืนเงินสำหรับเฟสงานที่ยังไม่เสร็จสิ้นของโครงการได้

        7. ข้อผูกพันระดับการให้บริการ (Service Level Commitment)


          1. Cybernetics+ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการประเมินความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งหมดโดยใช้วิธีการที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมและพนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

          2. รายงานและผลการตรวจสอบทั้งหมดจะถูกส่งมอบภายในกรอบเวลาที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)

      7. บริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Solution Services)
        ข้อกำหนดนี้ สำหรับบริการโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งรวมถึงการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Management) และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Advanced Data Analytics)

        1. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Service)
          บริการนี้รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดการข้อมูล และการใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อช่วยให้ลูกค้าแปลงข้อมูลของตนให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้จริง

        2. การส่งมอบบริการและระยะเวลา (Service Delivery and Duration)


          1. บริการจะถูกส่งมอบภายในระยะเวลาโครงการที่ตกลงกันไว้ ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW)

          2. หากจำเป็นต้องมีบริการเพิ่มเติมหลังจากการมีส่วนร่วมเริ่มแรก จะต้องมีการเจรจาข้อตกลงหรือการต่ออายุใหม่ บริการที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่สามารถยกยอดไปยังข้อตกลงใหม่ได้เว้นแต่จะตกลงกันไว้โดยเฉพาะ

        3. ความรับผิดชอบของลูกค้า (Client Responsibilities)


          1. ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมสิทธิ์การเข้าถึงแหล่งข้อมูล ฐานข้อมูล และระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับโครงการอย่างทันท่วงที

          2. ลูกค้าต้องระบุผู้ประสานงานหลักเพื่อประสานงานกับ Cybernetics+ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลติชมและความพร้อมของทรัพยากรที่ทันท่วงที

          3. ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมงานภายในมีส่วนร่วมในการฝึกอบรมและกระบวนการถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากโซลูชันที่จัดหาให้อย่างเต็มที่

        4. การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล (Confidentiality and Data Security)


          1. Cybernetics+ จะจัดการข้อมูลลูกค้าทั้งหมดด้วยระดับการรักษาความลับสูงสุดและจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

          2. ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับการประมวลผลและวิเคราะห์ในระหว่างโครงการจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและแบ่งปันเฉพาะกับบุคคลที่ได้รับอนุญาตภายในองค์กรของลูกค้าเท่านั้น

        5. ข้อกำหนดการแก้ไขขอบเขตงาน (Scope Modification Clause)
          ลูกค้าอาจร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มขอบเขตการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น การเพิ่มแหล่งข้อมูลหรือความสามารถในการวิเคราะห์ใหม่ๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันและอาจส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่าธรรมเนียมโครงการและ/หรือกรอบเวลา

        6. การสิ้นสุดสัญญา (Termination)


          1. หาก Cybernetics+ ไม่สามารถตอบสนองต่อมาตรฐานการบริการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้าอาจยุติสัญญาและร้องขอคืนเงินสำหรับส่วนของบริการที่ยังไม่ได้ใช้งานได้

          2. หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตน Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือยุติการให้บริการโดยไม่ต้องคืนเงินสำหรับงานที่เหลืออยู่ใดๆ

        7. ข้อผูกพันระดับการให้บริการ (Service Level Commitment)


          1. Cybernetics+ มุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชันการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้พนักงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

          2. สิ่งที่ต้องส่งมอบ รายงาน และการปรับใช้ทั้งหมดจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาที่ระบุไว้ในขอบเขตการทำงาน (SOW) ของโครงการ



    3. ภาระหน้าที่ของลูกค้า (The Customer's Obligations)


      1. ความรับผิดชอบของลูกค้า (Customer's Responsibilities)


        1. ให้สิทธิ์แก่ Cybernetics+ ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่จำเป็น โดยไม่มีข้อจำกัดและไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงอุปกรณ์ที่ระบุ (ทั้งในสถานประกอบการและสิทธิ์การเข้าถึงจากระยะไกลจากสถานประกอบการของ Cybernetics+) พลังงานไฟฟ้า วัสดุสิ้นเปลืองของคอมพิวเตอร์ และทรัพยากรด้านสำนักงาน/การบริหารจัดการ โดยทรัพยากรเหล่านี้ต้องเพียงพอที่จะช่วยให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้

        2. จัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่จำเป็นเพื่อให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ได้ ลูกค้าต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานและผู้รับเหมาอิสระใดๆ ให้ความร่วมมืออย่างสมเหตุสมผลกับ Cybernetics+ และบุคลากรของ Cybernetics+ ตลอดระยะเวลาโครงการ

        3. จัดหาข้อมูลและเอกสารทั้งหมดที่เห็นว่าจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลให้แก่ Cybernetics+ โดยทันที เพื่อให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้อย่างถูกต้อง

        4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากลูกค้าพร้อมปฏิบัติงานตามที่ Cybernetics+ ร้องขออย่างสมเหตุสมผลสำหรับการดำเนินโครงการ

        5. ใช้ความพยายามที่เหมาะสมในการร่วมมือและช่วยเหลือ Cybernetics+ ตามขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้ Cybernetics+ สามารถปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้ได้

      2. สิทธิ์ในการริเริ่มคำร้องขอเปลี่ยนแปลง (Right to Initiate Change Requests)
        Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการริเริ่มคำร้องขอเปลี่ยนแปลงในกรณีที่โครงการเกิดความล่าช้าอันเนื่องมาจากความล้มเหลวของลูกค้าในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้ สิทธิ์นี้ยังครอบคลุมถึงความล่าช้าที่เกิดจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของพนักงาน ตัวแทน หรือผู้จัดหาภายนอก (Third-party suppliers) ของลูกค้า หรือจากสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผลของ Cybernetics+

      3. ข้อบกพร่องและการตรวจรับซอฟต์แวร์ (Software Defects and Acceptance)
        ลูกค้ารับทราบว่าตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย ซอฟต์แวร์อาจมีข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด หรือความยากลำบากเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวโดยธรรมชาติ แม้ว่าจะได้รับการพัฒนาและสนับสนุนอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม ทั้งนี้ การอนุมัติรับมอบสิ่งที่จะต้องส่งมอบภายใต้ข้อตกลงนี้จะต้องไม่ถูกระงับโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเนื่องมาจากความไม่สมบูรณ์เล็กๆ น้อยๆ ของซอฟต์แวร์

      4. การตรวจรับสิ่งที่จะต้องส่งมอบและความล่าช้า (Acceptance of Deliverables and Delays)
        ลูกค้ารับทราบว่าสิ่งที่จะต้องส่งมอบทั้งหมดที่จัดหาโดย Cybernetics+ หรือบุคคลภายนอกใดๆ ที่ได้รับการว่าจ้างโดย Cybernetics+ สำหรับข้อตกลงนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติตามกำหนดการของแผนงานโครงการที่ตกลงกันไว้ ลูกค้ายอมรับความรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับความล่าช้าใดๆ ในการอนุมัติรับมอบสิ่งที่จะต้องส่งมอบเหล่านั้น

      5. การระงับและการกลับมาดำเนินโครงการ (Project Suspension and Resumption)


        1. การระงับโครงการโดยลูกค้าหรือการไม่ดำเนินการ (Client-Initiated Suspension or Inaction)
          หากลูกค้าต้องการหยุดพักโครงการชั่วคราวเนื่องจากข้อจำกัดทางธุรกิจภายใน หรือหากโครงการล่าช้าเกินกว่าสามสิบ (30) วัน โดยมีสาเหตุมาจากการที่ลูกค้าไม่จัดหาข้อมูลนำเข้าที่จำเป็น ไม่เข้าร่วมการประชุมที่สำคัญ หรือไม่ดำเนินการทดสอบระบบ ระบบ "การระงับโครงการ" อย่างเป็นทางการอาจถูกบังคับใช้

        2. ค่าธรรมเนียมการระงับโครงการ (Suspension Fee)
          เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจัดสรรทรัพยากรใหม่ การบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมของระบบ และการคงอยู่ขององค์ความรู้ Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการระงับโครงการ โดยค่าธรรมเนียมนี้จะคำนวณในอัตราสูงสุดไม่เกิน 25% ของมูลค่าสัญญาที่เหลืออยู่ยังไม่ได้เรียกเก็บเงิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการระงับโครงการและผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน โดยเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนจะได้รับการประเมินและออกใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าอย่างเป็นทางการก่อนที่จะดำเนินการระงับโครงการ

        3. การกลับมาดำเนินงาน (Resumption of Work)
          ระยะเวลาการระงับโครงการสูงสุดที่อนุญาตคือหก (6) เดือน เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น เมื่อถึงวันที่กำหนดให้กลับมาดำเนินงาน ลูกค้ามีหน้าที่ผูกพันอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติตามแผนงานโครงการและกรอบเวลาที่ปรับปรุงใหม่ การไม่กลับมาดำเนินโครงการอย่างจริงจังในวันที่ตกลงกันไว้อาจนำไปสู่การสิ้นสุดสัญญาทั้งหมดเป็นการถาวร



    4. การควบคุมการเปลี่ยนแปลง (Change Control)


      1. กระบวนการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลง (Change Request Procedures)


        1. ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพบว่ามีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อกำหนด ซอฟต์แวร์ หรือแผนงานโครงการ จะต้องส่งเอกสารคำร้องขอเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการที่ระบุรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงที่เสนอให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง

        2. หากคำร้องขอเปลี่ยนแปลงริเริ่มโดย Cybernetics+ เอกสารดังกล่าวจะต้องระบุผลกระทบที่มีต่อข้อกำหนด แผนงานโครงการ และราคาอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน หากริเริ่มโดยลูกค้า การรับคำร้องขอเปลี่ยนแปลงโดย Cybernetics+ จะถือเป็นคำร้องขออย่างเป็นทางการสำหรับการจัดทำเอกสารประเมินผลกระทบเป็นลายลักษณ์อักษรในแง่มุมต่างๆ ข้างต้น โดย Cybernetics+ จะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลทั้งหมดในการจัดเตรียมรายละเอียดเหล่านี้ภายในสิบสอง (12) วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำร้องขอเปลี่ยนแปลง หรือภายในกรอบเวลาอื่นที่ตกลงกันร่วมกัน

      2. การกำหนดราคาสำหรับการเปลี่ยนแปลง (Pricing for Changes)
        หากการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องมีการปรับราคา ให้อ้างอิงอัตราค่าบริการที่ระบุไว้ในข้อกำหนดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับคำร้องขอเปลี่ยนแปลงนั้น จากนั้นทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงที่เสนอหรือไม่

      3. การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่ริเริ่มโดยลูกค้า (Investigation of Customer-Initiated Changes)
        ภายใต้ดุลยพินิจของ Cybernetics+ แต่เพียงผู้เดียว หากคำร้องขอเปลี่ยนแปลงที่ริเริ่มโดยลูกค้าถูกประเมินว่าต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงทำการในการตรวจสอบและประเมินราคา Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการจัดทำใบเสนอราคาอย่างเป็นทางการสำหรับงานตรวจสอบก่อนเริ่มดำเนินการ โดยใบเสนอราคานี้ต้องได้รับการอนุมัติจากลูกค้าก่อนดำเนินงาน

      4. การดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลง (Implementation of Changes)
        Cybernetics+ จะไม่ดำเนินการแก้ไขซอฟต์แวร์ใดๆ ตามที่ระบุไว้ในคำร้องขอเปลี่ยนแปลง เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการอนุมัติผ่านระบบบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดของ Cybernetics+

      5. ผลลัพธ์ของคำร้องขอเปลี่ยนแปลงที่ได้รับอนุมัติ (Effect of Approved Change Requests)
        เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในคำร้องขอเปลี่ยนแปลงแล้ว ให้ถือว่าการแก้ไขปรับปรุงดังกล่าวถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนด ซอฟต์แวร์ แผนงานโครงการ และราคาตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงนี้



    5. การทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Acceptance Tests)


      1. ความรับผิดชอบของลูกค้าในการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Customer Responsibilities for Acceptance Testing)
        ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการดำเนินการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน

      2. การตรวจรับซอฟต์แวร์ (Software Acceptance)
        เมื่อซอฟต์แวร์ผ่านการทดสอบเพื่อตรวจรับงานเสร็จสิ้นและประสบความสำเร็จ ลูกค้าจะต้องดำเนินการยอมรับซอฟต์แวร์โดยทันทีและลงนามในใบรับรองการตรวจรับงาน (Acceptance Certificate) ของ Cybernetics+ โดยไม่ล่าช้าเกินควร

      3. การทดสอบซ้ำหลังจากไม่ผ่านการตรวจรับ (Retesting After Failed Acceptance Tests)
        ในกรณีที่ซอฟต์แวร์ไม่ผ่านการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน ลูกค้าจะต้องร่วมมือกับ Cybernetics+ เพื่อดำเนินการทดสอบซ้ำโดยทันทีหลังจากที่ซอฟต์แวร์ที่ได้รับการแก้ไขแล้วถูกส่งมอบ กระบวนการทดสอบซ้ำนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าซอฟต์แวร์จะผ่านการทดสอบเพื่อตรวจรับงานทั้งหมดสำเร็จ

      4. การถือว่าตรวจรับงานแล้วจากการใช้งานจริง (Deemed Acceptance Through Live Operational Use)
        การที่ลูกค้าเริ่มนำซอฟต์แวร์ไปใช้งานจริง ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยตัวลูกค้าเองหรือตัวแทน ผู้รับเหมา หรือลูกค้าที่ได้รับมอบอำนาจ จะถือว่าเป็นการยอมรับตรวจรับซอฟต์แวร์นั้นโดยสมบูรณ์ในทุกส่วน

      5. การถือว่าตรวจรับงานแล้วจากการแจกจ่าย (Deemed Acceptance Through Distribution)
        การที่ลูกค้าแจกจ่ายส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของซอฟต์แวร์เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยพนักงาน ตัวแทน ผู้รับเหมา หรือลูกค้าของตน จะถือว่าเป็นการยอมรับตรวจรับซอฟต์แวร์นั้นโดยสมบูรณ์ในทุกส่วน

      6. การถือว่าตรวจรับงานแล้วจากการนิ่งเฉย (Deemed Acceptance Through Inaction)
        หากพ้นระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจาก Cybernetics+ ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการว่าซอฟต์แวร์พร้อมสำหรับการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน แล้ว Cybernetics+ ไม่ได้รับรายงานข้อผิดพลาดที่ยังไม่ได้แก้ไขจากลูกค้า เพื่อพิสูจน์ว่าซอฟต์แวร์ไม่เป็นไปตามการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน ให้ถือว่าลูกค้าได้ยอมรับตรวจรับซอฟต์แวร์นั้นโดยสมบูรณ์ในทุกส่วน

      7. เอกสารและข้อมูลการทดสอบเพื่อตรวจรับงานที่พัฒนาโดยลูกค้า (Customer-Developed Acceptance Test Materials)
        ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างสคริปต์การทดสอบเพื่อตรวจรับงาน (Acceptance Test scripts) ที่ครอบคลุมและสะท้อนถึงความต้องการที่ระบุไว้ในข้อกำหนดอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบเพื่อตรวจรับงาน โดยสคริปต์และข้อมูลเหล่านี้ต้องส่งมอบให้แก่ Cybernetics+ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนวันที่คาดว่าจะเริ่มทำการทดสอบเพื่อตรวจรับงานตามที่กำหนดไว้ในแผนงานโครงการ



    6. ตัวแทนและการประชุมติดตามความคืบหน้า (Representatives and Progress Meetings)


      1. การแต่งตั้งตัวแทน (Designation of Representatives)
        เมื่อลงนามในข้อตกลงนี้ แต่ละฝ่ายจะต้องแต่งตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อทำหน้าที่ในนามของตนตามวัตถุประสงค์ของข้อตกลงนี้ ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเหล่านี้จะมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาข้อมูลใดๆ ที่อีกฝ่ายหนึ่งอาจต้องการเพื่อปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้

      2. การประชุมโครงการ (Project Meetings)
        ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมต่อหน้าหรือผ่านการประชุมทางโทรศัพท์ตามที่ตกลงร่วมกัน โดยมีตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเข้าร่วม การประชุมเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง (หรือตามความถี่อื่นที่ตกลงกันไว้) ระหว่างวันที่ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้และวันที่กำหนดตรวจรับงานตามแผน (Planned Acceptance Date) วัตถุประสงค์ของการประชุมเหล่านี้คือเพื่อหารือและบันทึกความคืบหน้าของโครงการ

      3. การบริหารจัดการประเด็นปัญหาในโครงการ (Project Issue Management)
        ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งของ Cybernetics+ จะต้องจัดทำบันทึกประเด็นปัญหา ความเสี่ยง และการดำเนินการทั้งหมดที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงการอย่างครอบคลุม ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งของลูกค้าจะต้องใช้ความระมัดระวังรอบคอบตามสมควร (Due diligence) ในการร่วมมือกับตัวแทนของ Cybernetics+ เพื่อลดความเสี่ยง แก้ไขประเด็นปัญหา และดำเนินการให้เสร็จสิ้น



    7. เงื่อนไขการอัปเกรดเวอร์ชัน (เฉพาะระบบ Odoo ERP เท่านั้น) (Version Upgrade Conditions - Odoo ERP Only)


      1. ในกรณีที่เวอร์ชันของระบบ Odoo ERP ได้รับการอัปเกรดโดย Odoo.SH และการอัปเกรดนั้นประสบความสำเร็จ ผู้ให้บริการจะดำเนินการอัปเกรดระบบให้แก่ลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากการอัปเกรดเวอร์ชันส่งผลให้เกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งเฉพาะ (Customizations) ของลูกค้าในระบบ ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไขปัญหาและการกู้คืนระบบให้กลับสู่สถานะปกติ

      2. สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน Odoo ERP รุ่น Community และต้องการอัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ใหม่กว่า จำเป็นต้องทำการติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมด (Re-Implement) เนื่องจากโครงสร้างฐานข้อมูลและฟังก์ชันการทำงานมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง Odoo ERP เวอร์ชันต่างๆ การทำ Re-Implement จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการย้ายข้อมูล (Migrated) ไปยังระบบใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จและถูกต้อง ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ๆ และการปรับปรุงประสิทธิภาพในเวอร์ชันล่าสุด เนื่องจากโครงสร้างฐานข้อมูลและฟังก์ชันการทำงานแตกต่างกันอย่างมากระหว่าง Odoo ERP เวอร์ชันต่างๆ การอัปเกรดเวอร์ชันจึงไม่สามารถทำได้โดยการอัปเดตระบบเก่า กระบวนการ Re-Implement ประกอบด้วยการย้ายข้อมูล การตั้งค่าระบบใหม่ และการทดสอบระบบ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการย้ายไปยังระบบใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จและถูกต้อง ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันล่าสุด เช่น การใช้งานที่ง่ายขึ้น ความสามารถในการปรับแต่งที่สูงขึ้น และการรองรับเทคโนโลยีล่าสุด

      3. Odoo.SH รองรับเฉพาะ Odoo ERP เวอร์ชันล่าสุดและเวอร์ชันที่เปิดตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น หากลูกค้ายังคงใช้งานเวอร์ชันเก่า ลูกค้าอาจจะไม่ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคหรือการแก้ไขปัญหาจาก Odoo.SH. ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ลูกค้าอัปเกรดเวอร์ชันของระบบอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น



    8. นโยบายการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Data Backup and Disaster Recovery Policy)


      1. สำหรับสภาพแวดล้อมที่โฮสต์บนคลาวด์ (ERP Cloud หรือระบบคลาวด์ที่บริหารจัดการโดย Cybernetics+) (For Cloud-Hosted Environments)


        1. การสำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Automated Backups)
          ระบบจะดำเนินการสำรองข้อมูลแบบส่วนเพิ่ม (Incremental backups) โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการด้วยตนเองจากลูกค้า

        2. นโยบายการจัดเก็บข้อมูล (Retention Policy)
          ข้อมูลสำรองจะถูกจัดเก็บไว้ตามกำหนดเวลาที่เข้มงวดดังนี้ : ข้อมูลสำรองรายวันเป็นเวลา 7 วัน, ข้อมูลสำรองรายสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และข้อมูลสำรองรายเดือนเป็นเวลา 3 เดือน

        3. ความซ้ำซ้อนเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย (Redundancy)
          ข้อมูลจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่มีการจำลองข้อมูลซ้ำ (เช่น Google Cloud Platform) ข้อมูลสำรองจะถูกกระจายจัดเก็บไว้ในศูนย์ข้อมูล (Datacenters) 3 แห่งใน 2 ทวีป พร้อมทั้งมีการเก็บรักษาข้อมูลสำรองแช่แข็งชุดที่สี่ไว้ในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบเย็นที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ (Immutable cold storage) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย

        4. การกู้คืนระบบในกรณีฉุกเฉินและระยะเวลาที่ระบบทำงานได้ (Disaster Recovery & Uptime)
          ผู้ให้บริการโฮสติ้งของเรารับประกันระยะเวลาที่ระบบทำงานได้ (Uptime) ขั้นต่ำ 99.9% โดยมีเป้าหมายระยะเวลาสูงสุดของข้อมูลที่อาจสูญหายได้ (Recovery Point Objective / RPO) อยู่ที่ 24 ชั่วโมง และเป้าหมายระยะเวลาในการกู้คืนระบบให้กลับมาใช้งานได้ (Recovery Time Objective / RTO) อยู่ที่ 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เกิดเซิร์ฟเวอร์ล่มขั้นวิกฤต (System Failure) Cybernetics+ จะตอบสนองภายในกรอบเวลาที่ระบุไว้ใน SLA การสนับสนุนของเรา (ความรุนแรงระดับ 1 : 4 ชั่วโมงทำการ) และประสานงานกับผู้ให้บริการคลาวด์เพื่อกู้คืนระบบจากข้อมูลสำรองล่าสุดที่มีความเสถียร

      2. สำหรับสภาพแวดล้อมแบบ On-Premise (ลูกค้าเป็นผู้โฮสต์ระบบเอง) (For On-Premise Environments)


        1. ความรับผิดชอบของลูกค้า (Customer Responsibility)
          ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขโครงการ สำหรับระบบที่โฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าเองหรือผู้ให้บริการภายนอกที่ลูกค้าเลือก ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการปรับใช้ บริหารจัดการ และตรวจสอบนโยบายการสำรองข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลของตนเอง

        2. การสนับสนุนการกู้คืนระบบ (Restoration Support)
          หากเกิดกรณีระบบล่ม Cybernetics+ จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการกู้คืนสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์และฐานข้อมูลจากไฟล์สำรองข้อมูลของลูกค้าเอง ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าบริการมาตรฐาน เว้นแต่จะอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสัญญาการบำรุงรักษาและการบริการ (MASA) ที่มีผลบังคับใช้



    9. การรับประกัน (Warranties)

      การรับประกันนี้ใช้บังคับเฉพาะกับซอฟต์แวร์และสิ่งที่จะต้องส่งมอบที่จัดหาให้ภายใต้บริการขึ้นระบบ (หมวดที่ 2.1) เท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมถึงบริการอื่นๆ เช่น MASA, การฝึกอบรม หรือการจัดหาสิทธิ์การใช้งาน ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อผูกพันการบริการของแต่ละบริการนั้นๆ


      1. การรับประกันแบบจำกัด (Limited Warranty)
        Cybernetics+ รับประกันว่าซอฟต์แวร์จะทำงานได้ตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้เป็นสาระสำคัญเมื่อใช้งานบนอุปกรณ์ที่ระบุ โดยไม่รวมถึงการหยุดชะงักและข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ

      2. ข้อยกเว้นจากการรับประกัน (Exclusions from Warranty)
        การรับประกันที่ระบุไว้ในข้อ 9.1 จะไม่มีผลบังคับใช้หากความล้มเหลวในการทำงานเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้


        1. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์อื่นใดนอกเหนือจากซอฟต์แวร์ที่ส่งมอบโดย Cybernetics+

        2. การปรับแต่งหรือแก้ไขซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งดำเนินการโดยหรือในนามของลูกค้า

        3. การใช้งานซอฟต์แวร์อย่างไม่เหมาะสม (รวมถึงการใช้งานผิดประเภท)

        4. เหตุสุดวิสัย (Force Majeure events)

      3. กระบวนการเรียกร้องการรับประกัน (Warranty Claim Process)
        ในกรณีที่ Cybernetics+ ได้รับหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้าโดยกล่าวอ้างว่ามีการละเมิดการรับประกันที่ระบุไว้ในข้อ 9.1 หรือหาก Cybernetics+ ตรวจพบการไม่ปฏิบัติตามการรับประกันเหล่านี้ด้วยวิธีอื่น Cybernetics+ จะดำเนินการแก้ไขการละเมิดหรือการไม่ปฏิบัติตามดังกล่าวโดยเร็วด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง อย่างไรก็ตาม Cybernetics+ จะไม่มีความรับผิดชอบหรือพันธะผูกพันภายใต้การรับประกันเหล่านี้ เว้นแต่จะได้รับหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดนั้นภายในระยะเวลารับประกัน



    10. สิทธิ์การใช้งาน กรรมสิทธิ์ และการโอนกรรมสิทธิ์ในสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (Licenses, Ownership, and Transfer of Ownership of Intellectual Property Rights)


      1. เมื่อได้รับชำระเงินตามราคาเต็มจำนวนแล้ว Cybernetics+ จะทำการโอนและมอบกรรมสิทธิ์ในสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้า เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

      2. เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย การโอนกรรมสิทธิ์ภายใต้ข้อ 10.1 นี้ไม่ได้ให้สิทธิ์ใดๆ แก่ลูกค้าในข้อกำหนด (Specification) หรือวัสดุหรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์

      3. ลูกค้ารับทราบว่า Cybernetics+ สงวนสิทธิ์ สิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ และผลประโยชน์ทั้งหมดในและต่อเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง อัลกอริทึมที่เป็นกรรมสิทธิ์ วิธีการ และองค์ความรู้ (Know-how)

      4. ลูกค้าจะต้องไม่เปิดเผย คัดลอก ทำซ้ำ ให้สิทธิ์ช่วง หรือเผยแพร่ส่วนใดส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์หรือสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+

      5. ลูกค้าจะใช้งานซอฟต์แวร์เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจภายในของตนเองเท่านั้น และจะต้องไม่นำซอฟต์แวร์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ใดๆ หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+

      6. การส่งมอบซอร์สโค้ดสำหรับการปรับใช้ระบบแบบ On-Premise (Source Code Handover for On-Premise Deployments)
        เฉพาะสำหรับการปรับใช้ระบบแบบ On-Premise เท่านั้น การโอนย้ายทางกายภาพของซอร์สโค้ดของซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ Cybernetics+ ได้รับชำระเงินครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ (100%) ของราคาที่ตกลงกันไว้แล้วเท่านั้น และจนกว่าจะได้รับชำระเงินเต็มจำนวนดังกล่าวเรียบร้อย Cybernetics+ จะยังคงมีสิทธิ์ควบคุมการเข้าถึงโดยสมบูรณ์ และลูกค้าจะต้องไม่ร้องขอหรือพยายามเข้าถึงซอร์สโค้ดดังกล่าว

      7. ลูกค้าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายและปกป้อง Cybernetics+ ให้พ้นจากและต่อข้อเรียกร้อง ความเสียหาย ความสูญเสีย ความรับผิด ค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งหมด (รวมถึงค่าทนายความตามสมควร) ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการละเมิดข้อ 10.1 นี้



    11. สิทธิ์ในทรัพย์สิน (Proprietary Rights)


      1. การชดใช้ความเสียหายด้านทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Indemnity)


        1. Cybernetics+ จะชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากและต่อค่าใช้จ่าย ข้อเรียกร้อง คำบังคับ ค่าใช้จ่าย และความรับผิดใดๆ ทั้งหมด (ไม่ว่าในลักษณะใดก็ตาม) ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่กล่าวอ้างว่าการใช้หรือการครอบครองซอฟต์แวร์นั้นละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก เงื่อนไขนี้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่าการละเมิดดังกล่าวไม่ได้เป็นผลมาจากการกระทำที่จงใจหรือเจตนาโดย Cybernetics+

        2. ลูกค้าจะต้องแจ้งให้ Cybernetics+ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันทีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดใดๆ ที่ตนได้รับทราบ ลูกค้าจะต้องละเว้นจากการยอมรับสารภาพผิดใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก Cybernetics+

        3. ตามคำร้องขอและค่าใช้จ่ายของ Cybernetics+ ลูกค้าจะต้องให้สิทธิ์แก่ Cybernetics+ ในการดำเนินกระบวนการและ/หรือระงับข้อพิพาทจากการเจรจาหรือการฟ้องร้องใดๆ ที่เกิดจากข้อเรียกร้องดังกล่าว Cybernetics+ จะเข้าควบคุมกระบวนการดังกล่าวภายในสิบ (10) วันทำการนับจากวันที่ได้รับแจ้งข้อเรียกร้องและจะดำเนินการระงับข้อพิพาทอย่างเต็มที่

        4. ลูกค้าจะต้องให้ความช่วยเหลือตามสมควรทั้งหมดแก่ Cybernetics+ ในการเจรจาหรือการฟ้องร้องคดีตามที่ได้รับการร้องขอ ลูกค้าจะได้รับเงินชดเชยจาก Cybernetics+ เมื่อมีการร้องขอสำหรับค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว

      2. แนวทางการแก้ไขการละเมิดสิทธิ์ (Infringement Resolution)

        หากศาลที่มีเขตอำนาจตัดสินว่าการใช้หรือการครอบครองซอฟต์แวร์ของลูกค้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของซอฟต์แวร์นั้น ตามข้อตกลงนี้เป็นการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก Cybernetics+ จะดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองและโดยทันทีเพื่อ


        1. จัดหาให้ลูกค้าได้มาซึ่งสิทธิ์ทางกฎหมายในการใช้งานและครอบครองซอฟต์แวร์หรือส่วนที่ละเมิดนั้นต่อไป

        2. ปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนซอฟต์แวร์ (หรือส่วนที่ละเมิด) เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิ์ โดยไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของซอฟต์แวร์

      3. การสิ้นสุดสัญญาเนื่องจากการละเมิดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (Termination for Unremediable Infringement)
        หากในดุลยพินิจของ Cybernetics+ เห็นว่าแนวทางการแก้ไขที่ระบุไว้ในข้อ 11.2 นั้นไม่สามารถทำได้ ลูกค้าจะต้องส่งคืนซอฟต์แวร์ที่อยู่ภายใต้ข้อเรียกร้องสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญานั้น และในทางกลับกัน Cybernetics+ จะคืนเงินให้แก่ลูกค้าในส่วนของราคาตามสัดส่วนที่สอดคล้องกัน โดยคำนวณหักค่าเสื่อมราคามาตรฐาน จากนั้นข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงทันที



    12. ค่าบริการและค่าใช้จ่าย (Charges and Expenses)


      1. Pการชำระเงินสำหรับบริการโครงการ (Payment for Project Services)
        เพื่อเป็นการตอบแทนการดำเนินโครงการของ Cybernetics+ ลูกค้าจะต้องชำระราคาให้แก่ Cybernetics+ โดยราคาดังกล่าวจะได้รับการออกใบแจ้งหนี้ให้แก่ลูกค้าตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในข้อกำหนด และอยู่ภายใต้เงื่อนไขการชำระเงินที่กำหนดไว้ในข้อ 13

      2. การชำระเงินสำหรับบริการเพิ่มเติม (Payment for Additional Services)
        สำหรับบริการเพิ่มเติมใดๆ ที่ได้รับการส่งมอบ ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าบริการให้แก่ Cybernetics+ ตามจำนวนเงินที่ระบุในใบแจ้งหนี้ โดยอ้างอิงตามอัตราค่าบริการที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด

      3. การชำระเงินสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่สำรองจ่าย (Payment for Out-of-Pocket Expenses)
        เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าใช้จ่ายให้แก่ Cybernetics+ สำหรับค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ที่สำรองจ่ายไปตามสมควร ซึ่งเกิดขึ้นโดยพนักงานของ Cybernetics+ ในขณะปฏิบัติงานในโครงการ ทั้งนี้ ค่าระยะทางรถยนต์จะคิดในอัตรา 15 บาทต่อกิโลเมตรต่อเจ้าหน้าที่หนึ่งนาย



    13. เงื่อนไขการชำระเงิน (Terms of Payment)


      1. เงื่อนไขการเรียกเก็บเงิน (Payment Terms)
        จำนวนเงินตามใบแจ้งหนี้ทั้งหมดที่ลูกค้าค้างชำระแก่ Cybernetics+ จะต้องได้รับการชำระภายในสิบห้า (15) วันนับจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้ เว้นแต่จะตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น การชำระเงินทั้งหมดภายใต้ข้อตกลงนี้จะต้องชำระเป็นสกุลเงินบาทไทย

      2. การปรับอัตราค่าบริการรายปี (Annual Rate Adjustments)
        Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับอัตราค่าบริการที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้เมื่อเริ่มต้นในแต่ละปีถัดไป โดยเริ่มนับจากวันที่ตรวจรับงาน การปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ Cybernetics+ แต่เพียงผู้เดียว

      3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax / VAT)
        จำนวนเงินทั้งหมดที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเมื่อมีการแสดงใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง

      4. ดอกเบี้ยการชำระเงินล่าช้า (Late Payment Interest)
        โดยไม่กระทบต่อสิทธิ์อื่นใดที่ Cybernetics+ พึงได้รับภายใต้ข้อตกลงนี้ ลูกค้าจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินล่าช้า หากจำนวนเงินตามใบแจ้งหนี้ใดยังคงค้างชำระเกินกว่าสิบสี่ (14) วันนับจากวันครบกำหนดชำระเงิน ดอกเบี้ยการชำระเงินล่าช้านี้จะคำนวณเป็นรายวันจากยอดคงค้างนับจากวันที่ในใบแจ้งหนี้ในอัตราที่อนุญาตตามพระราชบัญญัติการชำระหนี้ล่าช้าในธุรกรรมทางการค้า พ.ศ. 2541



    14. ความรับผิดและการประกันภัย (Liability and Insurance)


      1. ความคุ้มครองการประกันภัย (Insurance Coverage)
        ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงนี้ Cybernetics+ จะต้องคงไว้ซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุม รวมถึงความรับผิดของนายจ้าง ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และความคุ้มครองความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ การประกันภัยนี้จะใช้บังคับกับความรับผิดที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้ และจะมีมูลค่าสูงสุดไม่เกินจำนวนเงินในใบเสนอราคาที่ลงนามร่วมกัน โดยบริษัทประกันภัยต้องเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง และเมื่อได้รับการร้องขอ Cybernetics+ จะต้องจัดหาสำเนาใบรับรองการประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้แก่ลูกค้าเพื่อเป็นหลักฐานแสดงความคุ้มครองปัจจุบัน ทั้งนี้ Cybernetics+ จะใช้ความพยายามในเชิงพาณิชย์ตามสมควรในการดำเนินการเรียกร้องสินไหมภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้

      2. การชดใช้ความเสียหายสำหรับอาการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตของบุคคล (Indemnity for Personal Injury or Death)
        Cybernetics+ จะชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากข้อเรียกร้องใดๆ ที่เกิดจากอาการบาดเจ็บของบุคคลหรือการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากความประมาทเลินเล่อของพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ การชดใช้ความเสียหายนี้ยังใช้บังคับกับอาการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตของบุคคลที่เป็นผลมาจากข้อบกषकพร่องในผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จัดหาให้ตามข้อตกลงนี้ด้วย

      3. การชดใช้ความเสียหายสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน (Indemnity for Property Damage)
        Cybernetics+ shall ชดใช้ความเสียหายและปกป้องลูกค้าให้พ้นจากความเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สินที่มีรูปร่าง ซึ่งเกิดจากความประมาทเลินเล่อของพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ การชดใช้ความเสียหายนี้ยังครอบคลุมถึงความเสียหายโดยตรงที่เกิดจากข้อบกพร่องในผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่จัดหาให้ตามข้อตกลงนี้ด้วย โดยความรับผิดรวมของ Cybernetics+ ภายใต้ข้อนี้จะจำกัดอยู่ที่จำนวนเงินตามใบเสนอราคาที่ลงนามร่วมกันสำหรับเหตุการณ์เดี่ยวใดๆ หรือชุดของเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน

      4. ข้อจำกัดทั่วไปของความรับผิด (General Limitations of Liability)


        1. โดยไม่รวมถึงข้อเรียกร้องสำหรับการเสียชีวิตหรืออาการบาดเจ็บของบุคคลอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ Cybernetics+ ทาง Cybernetics+ จะไม่มีความรับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เป็นผลมาจาก


          1. การสูญหายหรือการเสียหายของข้อมูลหรือสารสนเทศ

          2. การสูญหายของสินค้า การใช้งาน กำไร ธุรกิจ เงินออมที่คาดหวังไว้ ค่าความนิยม หรือความสูญหายในลักษณะที่คล้ายกัน

          3. ผลกระทบทางอ้อมหรือผลกระทบขั้นทุติยภูมิจากการกระทำหรือการละเว้นกระทำใดๆ โดย Cybernetics+ โดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการคาดการณ์ล่วงหน้า

        2. Cybernetics+ จะไม่มีความรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดประเภท หรือการใช้งานที่ขัดต่อคู่มือ เอกสารคำแนะนำ หรือการฝึกอบรมที่ Cybernetics+ ได้จัดเตรียมไว้ให้

      5. ความรับผิดสูงสุด (Maximum Liability)

        โดยมีข้อยกเว้นสำหรับอาการบาดเจ็บของบุคคล การเสียชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สินที่มีรูปร่างตามที่ระบุไว้ข้างต้น ความรับผิดรวมสูงสุดของ Cybernetics+ ที่มีต่อลูกค้าภายใต้ข้อตกลงนี้ (หรือในทางอื่นใด) สำหรับสาเหตุใดก็ตามจะจำกัดเฉพาะค่าใช้จ่ายและความเสียหายโดยตรงเท่านั้น โดยจะพิจารณาจากจำนวนเงินที่มากกว่าระหว่าง


        1. มูลค่าของความคุ้มครองประกันภัยที่ครอบคลุมของ Cybernetics+ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 14.1

        2. จำนวนเงินที่จ่ายให้แก่ Cybernetics+ สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของลูกค้า บวกเพิ่มอีก 25% ของจำนวนเงินนั้นเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรง ตามสมควร และตามความจำเป็นโดยลูกค้าในการจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเลือก

      6. ความสมเหตุสมผลของข้อจำกัด (Reasonableness of Limitations)
        ทั้งสองฝ่ายรับทราบและตกลงว่าข้อจำกัดที่ระบุไว้ในข้อ 14 นี้มีความยุติธรรมและสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

      7. สิทธิ์ตามกฎหมายและการยกเว้นความรับผิดที่ไม่ได้ยอมรับ (Statutory Rights and Exclusion of Unassumed Liability)
        สิทธิ์ตามกฎหมายของลูกค้าในฐานะผู้บริโภค (หากมี) จะไม่ได้รับผลกระทบ ข้อตกลงนี้ยกเว้นความรับผิดทั้งหมดที่ไม่ได้ยอมรับอย่างชัดแจ้งภายในเงื่อนไขของสัญญา

      8. ขอบเขตการบังคับใช้ (Scope of Application)
        ข้อจำกัดความรับผิดเหล่านี้มีผลบังคับใช้โดยไม่คำนึงถึงมูลเหตุแห่งฟ้อง ไม่ว่าจะเกิดจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย สัญญา การละเมิด (รวมถึงความประมาทเลินเล่อ) หรือทฤษฎีทางกฎหมายอื่นใด สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อนี้คำว่า "Cybernetics+" ให้รวมถึงพนักงาน ผู้รับเหมาช่วง และผู้จัดหาวัตถุดิบด้วย โดยนิติบุคคลและบุคคลทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นจะได้รับผลประโยชน์จากข้อจำกัดและข้อยกเว้นความรับผิดที่กำหนดไว้ในข้อนี้ตามที่อนุญาตโดยสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่สามตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

      9. การยกเว้นการแถลงข้อความเท็จอันเป็นการฉ้อฉล (Exclusion of Fraudulent Misrepresentation)
        ไม่มีข้อความใดในข้อตกลงนี้ที่จะดำเนินการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดสำหรับการแถลงข้อความเท็จอันเป็นการฉ้อฉล



    15. การสิ้นสุดสัญญา (Termination)


      1. ระยะเวลาของข้อตกลง (Agreement Term)
        ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์จนกว่าโครงการจะเสร็จสิ้นอย่างประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยุติข้อตกลงได้โดยการส่งหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสี่สิบห้า (45) วัน นอกจากนี้ การสิ้นสุดสัญญาอาจเกิดขึ้นภายใต้บทบัญญัติที่ระบุไว้ในข้อ 15 นี้หรือที่อื่นใดภายในข้อตกลงนี้

      2. การสิ้นสุดสัญญาโดยมีเหตุอันควร (Termination for Cause)

        ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกข้อตกลงนี้ได้ทันทีผ่านการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังอีกฝ่ายหนึ่งภายใต้สถานการณ์ดังต่อไปนี้


        1. เกิดการละเมิดที่เป็นสาระสำคัญของเงื่อนไขข้อตกลงใดๆ โดยอีกฝ่ายหนึ่ง หากการละเมิดนั้นสามารถแก้ไขได้ ฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาจะต้องให้กรอบระยะเวลาสามสิบ (30) วันแก่ฝ่ายที่ผิดสัญญาเพื่อแก้ไขการละเมิดนั้นเมื่อได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร

        2. อีกฝ่ายหนึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ประсบกับการแต่งตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการมรดก หรือเจ้าหน้าที่ในลักษณะที่คล้ายกัน หรือมีผู้รับหลักประกันเข้าครอบครองทรัพย์สินใดๆ ของตน นอกจากนี้ การสิ้นสุดสัญญาอาจเกิดขึ้นได้หากอีกฝ่ายหนึ่งเข้าสู่ข้อตกลงประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ หยุดหรือขู่ว่าจะหยุดดำเนินธุรกิจ กลายเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือแสดงความไม่สามารถในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนดชำระ

      3. การสิ้นสุดสัญญาเนื่องจากการระงับโครงการที่ยาวนานหรือการไม่ดำเนินการของลูกค้า (Termination Due to Prolonged Suspension or Client Inaction)
        Cybernetics+ ขอสงวนสิทธิ์ในการยุติข้อตกลงนี้เป็นการถาวร หากการระงับโครงการเกินกว่ากรอบเวลาที่ตกลงร่วมกัน (เช่น เกินกว่า 6 เดือน) หรือหากลูกค้าแสดงความไม่สามารถอย่างต่อเนื่องในการปฏิบัติตามพันธะผูกพันเมื่อโครงการกลับมาดำเนินงาน ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว การชำระเงินทั้งหมดก่อนหน้านี้ที่ทำโดยลูกค้าจะถูกริบโดย Cybernetics+ เพื่อเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ ยิ่งไปกว่านั้น Cybernetics+ จะคำนวณเปอร์เซ็นต์ของงานที่ทำเสร็จจนถึงวันที่ระงับโครงการ และลูกค้ายังคงต้องรับผิดชอบในการชำระเงินสำหรับงานที่เสร็จสิ้นแต่ยังไม่ได้เรียกเก็บเงินภายในสิบห้า (15) วันหลังจากได้รับใบแจ้งหนี้ขั้นสุดท้าย

      4. การส่งคืนวัสดุและข้อมูลที่เป็นความลับเมื่อสิ้นสุดสัญญา (Return of Materials and Confidential Information Upon Termination)
        เมื่อข้อตกลงนี้สิ้นสุดลง Cybernetics+ จะต้องส่งคืนวัสดุ เอกสาร และข้อมูลที่เป็นความลับทั้งหมดที่เป็นของลูกค้าให้แก่ลูกค้าโดยทันที ซึ่งรวมถึงสำเนาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแบบเต็มหรือบางส่วน และตามคำร้องขอของลูกค้า Cybernetics+ จะต้องทำลายวัสดุดังกล่าวและจัดทำหนังสือรับรองการทำลายเป็นลายลักษณ์อักษร

      5. ผลของการสิ้นสุดสัญญา (Effect of Termination)
        การสิ้นสุดของสิทธิ์การใช้งานหรือข้อตกลงนี้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ์หรือความรับผิดที่เกิดขึ้นสะสมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นอกจากนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการมีผลบังคับใช้ของบทบัญญัติใดๆ ที่ตั้งใจไว้โดยชัดแจ้งหรือโดยนัยให้คงอยู่ต่อไปหลังจากการสิ้นสุดสัญญา

      6. การคำนวณการชำระเงินหลังสิ้นสุดสัญญา (Post-Termination Payment Calculation)
        ในกรณีที่มีการยุติข้อตกลง Cybernetics+ จะกำหนดเปอร์เซ็นต์ความเสร็จสมบูรณ์ของโครงการโดยเปรียบเทียบงานที่ทำเสร็จแล้วกับแผนงานโครงการ จากนั้นลูกค้าจะต้องชดเชยค่าบริการให้แก่ Cybernetics+ สำหรับเปอร์เซ็นต์ที่เทียบเท่าของราคา โดย Cybernetics+ จะต้องจัดหาหลักฐานของงานที่เสร็จสิ้นให้แก่ลูกค้าผ่านการสาธิตฟังก์ชันการทำงานที่ใช้งานได้จริงหรือทางซอร์สโค้ด



    16. การรักษาความลับ (Confidentiality)


      1. พันธะผูกพันในการรักษาความลับ (Confidentiality Obligations)


        1. ในระหว่างระยะเวลาของข้อตกลงนี้และหลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติต่อข้อมูลที่เป็นความลับทั้งหมดที่เป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้าของอีกฝ่ายหนึ่งในฐานะข้อมูลลับ ข้อผูกพันนี้ยังครอบคลุมถึงการดูแลให้บุคลากรของตนปฏิบัติต่อข้อมูลดังกล่าวด้วยความลับเช่นกัน

        2. เว้นแต่เป็นการจัดหาบริการอย่างถูกต้องตามที่จำเป็นเพื่อให้โครงการเสร็จสิ้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่เปิดเผยหรือใช้ข้อมูลที่เป็นความลับใดๆ ที่เป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง ข้อจำกัดนี้ใช้บังคับกับบุคลากรของแต่ละฝ่ายด้วยเช่นกัน

      2. ข้อยกเว้นในการรักษาความลับ (Exceptions to Confidentiality)

        บทบัญญัติในข้อ 16.1 จะไม่มีผลบังคับใช้กับการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับในกรณีต่อไปนี้


        1. การเปิดเผยต่อพนักงานของฝ่ายนั้นๆ เองที่มีความจำเป็นโดยชอบธรรมในการเข้าถึงข้อมูล

        2. การเปิดเผยต่อผู้สอบบัญชี เจ้าพนักงานสรรพากร เจ้าพนักงานศุลกากร ศาลที่มีเขตอำนาจ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การเปิดเผยอาจทำต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีสิทธิ์ หน้าที่ หรือข้อผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องรับทราบธุรกิจของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ให้จำกัดเฉพาะขอบเขตที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติสิทธิ์ หน้าที่ หรือข้อผูกพันดังกล่าวเท่านั้น

      3. การรักษาความลับโดยฝ่ายที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูล (Maintaining Confidentiality by Disclosed Parties)
        ทั้งสองฝ่ายรับรองว่าจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ ที่ระบุไว้ในข้อ 16.2 ได้รับทราบถึงลักษณะที่เป็นความลับของข้อมูลก่อนที่จะมีการเปิดเผยเกิดขึ้น และบุคคลเหล่านั้นต้องรับทราบถึงหน้าที่ในการรักษาความลับต่ออีกฝ่ายหนึ่งด้วย

      4. การแจ้งเตือนการละเมิดความลับ (Notification of Confidentiality Breaches)
        แต่ละฝ่ายจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบโดยทันทีเมื่อตรวจพบการละเมิดการรักษาความลับโดยผู้รับข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อมูลที่เป็นความลับ ฝ่ายที่แจ้งเตือนจะต้องให้ความช่วยเหลือตามสมควรทั้งหมดแก่อีกฝ่ายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายใดๆ ที่ริเริ่มขึ้นต่อบุคคลดังกล่าวสำหรับการละเมิดการรักษาความลับ

      5. การคงอยู่ของข้อผูกพันการรักษาความลับ (Survival of Confidentiality Obligations)
        บทบัญญัติในข้อ 16 นี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปแม้ว่าข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในข้อ 16.1 จะไม่มีผลบังคับใช้กับข้อมูลใดๆ ที่เข้าสู่สาธารณประโยชน์ผ่านช่องทางที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

      6. กรรมสิทธิ์ในสิ่งประดิษฐ์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น (Ownership of Developed Inventions and Software)
        ไม่มีข้อความใดในข้อ 16 นี้ที่จะขัดขวางไม่ให้ Cybernetics+ นำสิ่งประดิษฐ์หรือซอฟต์แวร์ใดๆ ที่ตนพัฒนาขึ้นในระหว่างระยะเวลาของข้อตกลงนี้ไปใช้ประโยชน์ (แสวงหาประโยชน์)



    17. การห้ามชักชวนพนักงาน (Non-Solicitation of Employees)


      1. ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงนี้และเป็นระยะเวลาต่อเนื่องอีกสิบสอง (12) เดือนหลังจากการสิ้นสุดสัญญา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ชักชวนหรือยื่นข้อเสนอการจ้างงานให้แก่พนักงานของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากอีกฝ่ายหนึ่ง

      2. คำว่า "จ้างงาน" (Employ) ในข้อ 17.1 นี้ ให้ครอบคลุมถึงการว่าจ้างบุคคลดังกล่าวในฐานะพนักงาน กรรมการ ผู้รับเหมา หรือผู้รับเหมาช่วง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งรวมถึงการสรรหาบุคลากรผ่านหน่วยงานจัดหางานหรือบริษัทอื่นๆ



    18. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection)


      1. การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Compliance with Data Protection Laws)
        ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องใดๆ ที่ประกาศใช้ตามมา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติและภาระหน้าที่ที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้

      2. ความรับผิดชอบของลูกค้าในการคุ้มครองข้อมูล (Customer Responsibility for Data Protection)
        ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์จะไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะใดๆ ที่ละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงความคลุมเครือใดๆ Cybernetics+ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับการละเมิดหรือข้อกล่าวหาว่าด้วยการละเมิดดังกล่าว



    19. การตีความ (Interpretation)


      1. กฎทั่วไปของการตีความ (General Rules of Interpretation)

        ตลอดข้อตกลงนี้ ให้ใช้หลักการตีความต่อไปนี้ เว้นแต่บริบทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น


        1. ข้อความที่ระบุถึงเพศใดเพศหนึ่งโดยเฉพาะ ให้ใช้บังคับกับทุกเพศ

        2. คำศัพท์ที่ใช้ในรูปเอกพจน์ให้ครอบคลุมถึงรูปพหูพจน์ และในทางกลับกันด้วย

        3. คำศัพท์ที่อ้างถึงบุคคลธรรมดาให้ใช้บังคับกับห้างหุ้นส่วน บริษัท และบรรษัทด้วย และในทางกลับกันด้วย

        4. การอ้างถึงข้อและภาคผนวกที่มีตัวเลขกำกับ หมายถึงข้อที่เกี่ยวข้องภายในข้อตกลงนี้หรือภาคผนวกที่เกี่ยวข้องที่แนบท้ายข้อตกลงนี้

        5. การอ้างอิงภายในภาคผนวกใดๆ ของข้อตกลงนี้ไปยังย่อหน้าที่มีตัวเลขกำกับ ให้หมายถึงย่อหน้าที่มีตัวเลขกำกับของภาคผนวกเฉพาะนั้นๆ

        6. หัวข้อที่ใช้สำหรับข้อ ภาคผนวก และย่อหน้าภายในข้อตกลงนี้ไม่ได้มีผลหรือน้ำหนักในการตีความทางกฎหมาย

        7. การอ้างถึงกฎหมายใดๆ ให้รวมถึงการอ้างถึงบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือการแทนที่ตามระยะเวลา และยังครอบคลุมถึงกฎหมายลำดับรองหรือเทศบัญญัติใดๆ ที่ตราขึ้นภายใต้กฎหมายนั้นด้วย

        8. ข้อผูกพันใดๆ ที่กำหนดให้ฝ่ายหนึ่งต้องห้ามทำหรือละเว้นการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ให้รวมถึงข้อผูกพันในการป้องกันไม่ให้การกระทำหรือการละเว้นการกระทำนั้นเกิดขึ้นด้วย

        9. ฝ่ายที่ตกลงจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะถือว่าได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันนั้นเสร็จสิ้นแล้วเมื่อได้จัดหาให้การดำเนินการนั้นเสร็จสมบูรณ์

      2. ลำดับความสำคัญในกรณีที่มีข้อขัดแย้ง (Priority in Case of Conflict)
        ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งหรือความคลุมเครือระหว่างข้อกำหนดภายในตัวหลักของข้อตกลงนี้และข้อกำหนดที่ระบุไว้ในภาคผนวกใดๆ ให้ข้อกำหนดในตัวหลักของข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้เหนือกว่า



    20. ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญา (Relationship of the Parties)


      1. ความสัมพันธ์แบบผู้รับเหมาอิสระ (Independent Contractor Relationship)
        ข้อตกลงนี้จะไม่ถูกตีความว่าเป็นหรือก่อให้เกิดห้างหุ้นส่วน การร่วมค้า ตัวแทน ความสัมพันธ์แบบทรัสต์ (Fiduciary relationship) หรือความสัมพันธ์อื่นใดระหว่างคู่สัญญานอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางสัญญาที่กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในเอกสารนี้

      2. ความเป็นอิสระของผู้รับเหมา (Contractor Independence)
        ข้อตกลงนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความสัมพันธ์แบบนายจ้างและลูกจ้างระหว่างลูกค้าและ Cybernetics+ หรือบุคลากรของ Cybernetics+ ทั้งนี้ ลูกค้าจะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดให้ Cybernetics+ หรือบุคลากรของ Cybernetics+ ปฏิบัติงานใดๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของข้อตกลงนี้



    21. ข้อตกลงทั้งหมดและการแก้ไขปรับปรุง (Entire Agreement and Modification)


      1. ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
        ข้อตกลงนี้ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างคู่สัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของเอกสารนี้ และเข้าแทนที่การสื่อสาร การแถลง หรือข้อตกลงก่อนหน้าหรือในขณะเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษร

      2. การแก้ไขปรับปรุง (Modification)


        1. ข้อตกลงนี้อาจจะไม่ได้รับการปลดเปลื้อง ปลดหนี้ เสริมเติมแต่ง ตีความ เปลี่ยนแปลง แปลกแยก หรือแก้ไขปรับปรุงในลักษณะใดๆ เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือลงนามโดยเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้องของแต่ละฝ่าย

        2. การสละสิทธิ์ในบทบัญญัติใดๆ ของข้อตกลงนี้จะไม่มีผลบังคับใช้ เว้นแต่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษรและลงนามโดยทั้งสองฝ่าย

        3. แนวทางการปฏิบัติงานหรือพฤติกรรมใดๆ ของคู่สัญญาจะไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขปรับปรุงข้อตกลงนี้ หรือถือเป็นการสละสิทธิ์ในบทบัญญัติใดๆ ของเอกสารนี้

        4. ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างบทบัญญัติของข้อตกลงนี้และภาคผนวกหรือเอกสารแนบใดๆ ที่แนบมาพร้อมกัน ให้บทบัญญัติของข้อตกลงนี้มีผลเหนือกว่า



    22. การโอนสิทธิ์ (Assignment)


      1. การห้ามโอนสิทธิ์โดยทั่วไป (General Prohibition on Assignment)
        ข้อตกลงนี้มีผลผูกพันและเป็นประโยชน์ต่อคู่สัญญาในที่นี้ รวมถึงผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตของแต่ละฝ่าย อย่างไรก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขในข้อ 22.2 ด้านล่างนี้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่สามารถโอนสิทธิ์ในข้อตกลงนี้ หรือสิทธิ์ ใบอนุญาต หรือข้อผูกพันใดๆ ที่เกิดขึ้นในที่นี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากอีกฝ่ายหนึ่ง

      2. ข้อยกเว้นสำหรับการห้ามโอนสิทธิ์ (Exceptions to Assignment Prohibition)


        1. โดยไม่คำนึงถึงข้อความข้างต้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจโอนสิทธิ์ในข้อตกลงนี้ให้แก่นิติบุคคลใดๆ ที่เข้าซื้อกิจการในหลักทรัพย์ตราสารทุน สินทรัพย์ หรือธุรกิจทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดของฝ่ายที่โอนสิทธิ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของข้อตกลงนี้ นอกจากนี้ การโอนสิทธิ์อาจทำชิ้นแก่นิติบุคคลใดๆ ที่ควบคุม ถูกควบคุมโดย หรืออยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันกับคู่สัญญาของข้อตกลงนี้ได้

        2. ความพยายามในการโอนสิทธิ์ใดๆ ที่ละเมิดข้อ 22 นี้จะถือว่าเป็นโมฆะและไม่มีผลบังคับใช้



    23. ข้อตกลงทั้งหมดและการทดแทนข้อตกลงเดิม (Entire Agreement and Supersession)


      1. ข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement)
        ข้อตกลงนี้ถือเป็นความเข้าใจและข้อตกลงที่สมบูรณ์ระหว่างคู่สัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของเอกสารนี้ และเข้าแทนที่การสื่อสาร การแถลง หรือข้อตกลงก่อนหน้าหรือในขณะเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษร

      2. ข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหน้า (Pre-Existing Non-Disclosure Agreements)
        พันธะผูกพันของคู่สัญญาภายใต้ข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) ที่มีอยู่ก่อนหน้าจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีข้อขัดแย้งระหว่างข้อตกลงดังกล่าวกับข้อตกลงฉบับนี้

      3. การเชื่อถือการแถลงความ (Reliance on Representations)
        คู่สัญญารับทราบและยืนยันว่าตนไม่ได้เข้าทำข้อตกลงนี้โดยเชื่อถือการแถลงความใดๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในเอกสารนี้



    24. เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)

      คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าหรือความล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธะผูกพันภายใต้ข้อตกลงนี้เนื่องจากสาเหตุใดๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผล สาเหตุดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง : ภัยธรรมชาติ (เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ) สงคราม การจลาจล การกระทำที่มุ่งร้ายให้เกิดความเสียหาย อัคคีภัย การกระทำของหน่วยงานของรัฐใดๆ ความล้มเหลวของการจ่ายไฟฟ้าสาธารณะ การนัดหยุดงาน การปิดงานงดจ้าง หรือข้อพิพาทแรงงานหรือความกังวลว่าจะเกิดข้อพิพาทแรงงาน (โดยไม่คำนึงว่าการระงับข้อพิพาทนั้นจะขึ้นอยู่กับคู่สัญญาฝ่ายดังกล่าวหรือไม่)



    25. ข้อกำหนดว่าด้วยการบอกกล่าว(Notice Provisions)


      1. วิธีการสื่อสาร (Method of Communication) 
        การแจ้งเตือนทั้งหมดที่จัดให้มีขึ้นภายใต้ข้อตกลงนี้จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

      2. การส่งมอบการแจ้งเตือน (Delivery of Notices)

        ให้ถือว่าการแจ้งเตือนได้รับการส่งมอบอย่างถูกต้องดังต่อไปนี้


        1. เมื่อมีการส่งมอบโดยพนักงานส่งสารหรือบริการจัดส่งอื่นๆ (รวมถึงไปรษณีย์ลงทะเบียน) ในระหว่างชั่วโมงทำการปกติของผู้รับ

        2. เมื่อมีการส่งผ่านทางโทรสารหรืออีเมล โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีรายงานการส่งข้อมูลขัดข้องหรือใบรับคืนที่ระบุว่าการส่งข้อมูลล้มเหลวเกิดขึ้น

        3. ในวันทำการที่ห้าถัดจากวันที่ส่งทางไปรษณีย์ หากส่งโดยไปรษณีย์ไทย (แบบลงทะเบียน)

        4. ในวันทำการที่สิบถัดจากวันที่ส่งทางไปรษณีย์ หากส่งโดยไปรษณีย์อากาศแบบชำระเงินล่วงหน้า

      3. ในทุกกรณี การแจ้งเตือนจะต้องส่งไปยังที่อยู่ ที่อยู่อีเมล หรือหมายเลขโทรสารล่าสุดที่ได้แจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ



    26. การรวมภาคผนวก (Incorporation of Schedules)
      บทบัญญัติที่ระบุไว้ภายในภาคผนวกที่แนบท้ายข้อตกลงนี้ให้ถือเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลงนี้ และให้มีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับที่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในข้อตกลงนี้



    27. ผลผูกพันและผู้รับโอนสิทธิ์ (Binding Effect and Successors)


      1. ผลผูกพันต่อผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ (Binding Effect on Successors and Assigns)
        ข้อตกลงนี้จะมีผลผูกพันและเป็นประโยชน์ต่อคู่สัญญาในที่นี้ รวมถึงผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตของแต่ละฝ่าย การอ้างถึง "คู่สัญญา" ภายในข้อตกลงนี้ให้รวมถึงผู้สืบทอดสิทธิ์และผู้รับโอนสิทธิ์ที่ได้รับอนุญาตด้วย

      2. การระบุตัวผู้สืบทอดสิทธิ์ (Successor Identification)

        สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อตกลงนี้ การอ้างถึง "คู่สัญญา" ให้ครอบคลุมถึงสิ่งต่อไปนี้


        1. บุคคลใดๆ ซึ่งผ่านการโอนสิทธิ์ การแปลงหนี้ใหม่ (Novation) หรือวิธีการทางกฎหมายอื่นๆ ได้รับสิทธิ์ในสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายนั้นภายใต้ข้อตกลงนี้ (หรือผลประโยชน์ใดๆ ในสิทธิ์เหล่านั้น)

        2. ผู้จัดการมรดก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือตัวแทนทางกฎหมายอื่นใดที่มีสิทธิ์ในการใช้สิทธิ์เหล่านั้น

      3. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอ้างอิงดังกล่าวให้รวมถึงบุคคลใดๆ ที่สิทธิ์เหล่านี้ (หรือผลประโยชน์ใดๆ ในที่นี้) ได้รับการโอนหรือส่งมอบให้ อันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการ การแยกกิจการ การปรับโครงสร้างองค์กร หรือรูปแบบอื่นใดของการปรับโครงสร้างองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคู่สัญญาฝ่ายนั้น สำหรับวัตถุประสงค์นี้ การอ้างถึงสิทธิ์ของคู่สัญญาภายใต้ข้อตกลงนี้ให้รวมถึงสิทธิ์ในลักษณะเดียวกันที่บุคคลอื่นได้รับผ่านการแปลงหนี้ใหม่ของข้อตกลงนี้ด้วย



    28. การสละสิทธิ์และการแยกออกจากกันได้ของข้อสัญญา (Waiver and Severability)


      1. การเพิกเฉยหรือความล่าช้าในการใช้สิทธิ์ (No Waiver by Delay) 
        การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่าช้า ละเลย หรือผ่อนปรนในการบังคับใช้เงื่อนไขหรือข้อกำหนดใดๆ ของข้อตกลงนี้ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง จะไม่ถูกตีความว่าเป็นการสละสิทธิ์ หรือทำให้สิทธิ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงนี้ต้องเสียไป

      2. สิทธิและการเยียวยาที่สะสมเพิ่มเติมได้ (Cumulative Rights and Remedies) 
        สิทธิ์ อำนาจ หรือแนวทางการแก้ไขใดๆ ที่มอบให้หรือสงวนไว้สำหรับคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิ์ อำนาจ หรือแนวทางการแก้ไขอื่นใดที่มีให้แก่คู่สัญญาฝ่ายนั้น

      3. ในกรณีที่บทบัญญัติใดๆ ของข้อตกลงนี้ถูกตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะ หรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายหรือคำพิพากษาของศาล ให้บทบัญญัติดังกล่าวถูกแยกออกจากข้อตกลงนี้ตามขอบเขตขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อให้หมดผลบังคับ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบทบัญญัติที่เหลืออยู่ในที่นี้ ทั้งนี้ ความสามารถในการบังคับใช้และความสมบูรณ์ของข้อตกลงส่วนที่เหลือจะไม่ได้รับผลกระทบในทางใดทางหนึ่ง



    29. คู่ฉบับ (Counterparts)
      ข้อตกลงนี้อาจถูกจัดทำขึ้นในคู่ฉบับตั้งแต่หนึ่งชุดขึ้นไป ซึ่งแต่ละชุดให้ถือเป็นต้นฉบับ และเมื่อรวมกันแล้วให้ถือเป็นเอกสารฉบับเดียวกัน



    30. เวลาเป็นสาระสำคัญ (Time of the Essence)
      การปฏิบัติตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด กรอบระยะเวลา วันที่ หรือรอบเวลาทั้งหมดที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ หรือที่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลังโดยคู่สัญญา ให้ถือว่าเป็นสาระสำคัญของสัญญา



    31. การรับเหมาช่วงและสิทธิ์ในการรับเหมาช่วง (Subcontracting and Right to Subcontract)


      1. Cybernetics+ อาจดำเนินการรับเหมาช่วงข้อผูกพันใดๆ หรือทั้งหมดของตนภายใต้ข้อตกลงนี้ได้ เมื่อได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากลูกค้า (ซึ่งความยินยอมดังกล่าวจะต้องไม่ถูกระงับหรือทำให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร)

      2. Cybernetics+ จะยังคงต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับการปฏิบัติตามข้อผูกพันที่รับเหมาช่วงดังกล่าว และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ลูกค้าต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใดๆ ที่ลูกค้าได้รับ ซึ่งเกิดจากการกระทำหรือการละเว้นกระทำของตัวแทนหรือผู้รับเหมาช่วงเหล่านั้น



    32. ค่าฤชาธรรมเนียม (Costs and Expenses)
      แต่ละฝ่ายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าใช้จ่ายของตนเองที่เกิดขึ้นจากการจัดทำ การเจรจาต่อรอง การลงนาม และการจดทะเบียน (หากมี) ของข้อตกลงนี้



    33. สิทธิหักกลบลบหนี้ (Right of Setoff)
      ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหนี้สินต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเกิดจากข้อตกลงนี้หรือในทางอื่น โดยไม่คำนึงว่าหนี้สินนั้นจะเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน (หนี้สิ้นสุดแล้ว) หรือเป็นจำนวนเงินที่ยังไม่ได้กำหนดแน่นอน (หนี้ยังไม่สิ้นสุด) แต่ละฝ่ายจะมีสิทธิ์ในการหักกลบลบหนี้ตามมูลค่าของหนี้สินนั้นกับจำนวนเงินใดๆ ที่จะต้องชำระให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้



    34. การยกเว้นสิทธิ์ของบุคคลที่สาม (Exclusion of Third-Party Rights)
      คู่สัญญายืนยันเจตนาของตนอย่างชัดแจ้งว่าไม่มีบุคคลที่สามรายใดจะได้รับสิทธิ์ใดๆ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ดังนั้น บทบัญญัติว่าด้วยสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่สามตามมาตรา 374 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จะไม่มีผลบังคับใช้กับข้อตกลงนี้



    35. การระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution)


      1. หนังสือแจ้งข้อพิพาท (Notice of Dispute) 
        สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อ 35 นี้ ให้ถือว่าข้อพิพาทได้เกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งส่งหนังสือแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (ไม่รวมอีเมล) ไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง โดยระบุรายละเอียดลักษณะของข้อพิพาทอย่างชัดเจน

      2. กระบวนการระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution Process)


        1. ความไม่ลงรอยกันใดๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ จะต้องได้รับการแก้ไขผ่านกระบวนการดังต่อไปนี้


          1. ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อพิพาท ตัวแทนของทั้งสองฝ่ายจะต้องประชุมร่วมกันและพยายามหาข้อตกลงระงับข้อพิพาทที่เป็นยอมรับร่วมกัน

          2. หากตัวแทนในขั้นต้นไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนจากแต่ละฝ่ายมาประชุมกันภายใน 7 วันถัดไป เพื่อพยายามระงับข้อพิพาทผ่านความเห็นชอบร่วมกัน

          3. หากข้อพิพาทดังกล่าวระงับไม่ได้และเป็นปัญหาในเชิงเทคนิค ซึ่งเกี่ยวข้องกับฟังก์ชันหรือความสามารถของซอฟต์แวร์ หรือเรื่องอื่นใดที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้อง ให้ส่งเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตัดสินชี้ขาดขั้นสุดท้าย โดยผู้เชี่ยวชาญรายนี้จะต้องได้รับการเสนอชื่อร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ไม่มีการเสนอชื่อร่วมกันภายใน 14 วันนับจากวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ นายกสมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (The Computer Association of Thailand under the Royal Patronage) เป็นผู้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญตามคำร้องขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษา ไม่ใช่อนุญาโตตุลาการ คำตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ (ไม่รวมความผิดพลาดจากการเขียนหรือข้อผิดพลาดที่ชัดเจน) ให้ถือเป็นที่สุดและมีผลผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย โดยค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องจะแบ่งจ่ายเท่ากันทั้งสองฝ่าย เว้นแต่ผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดว่าพฤติกรรมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้ฝ่ายนั้นต้องรับภาระค่าธรรมเนียมทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว

        2. ในกรณีอื่นใด หากข้อพิพาทศาลยังระงับไม่ได้ ให้ข้อพิพาทนั้นได้รับการพิจารณาชี้ขาดโดยศาลที่มีเขตอำนาจในประเทศไทย ผ่านกฎหมายวิธีสบัญญัติของไทย คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยอมรับในเขตอำนาจศาลเฉพาะของศาลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว



    36. ภาษาที่ใช้บังคับในสัญญา (Governing Language)
      ให้ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก (English Prevails) สัญญานี้จัดทำขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก สัญญาฉบับแปลภาษาไทยหรือภาษาอื่นใดจัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกเท่านั้น ในกรณีที่มีความขัดแย้ง คลุมเครือ หรือไม่สอดคล้องกันระหว่างเนื้อหาของสัญญาฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปลใดๆ ให้ถือเอาสัญญาฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์สูงสุดในการควบคุมและตีความเด็ดขาด


    ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน

    ติดต่อเราแล้วเปลี่ยนบริษัทของคุณให้เป็นพื้นที่ทำงานที่ดียิ่งขึ้น
    ติดต่อเรา

    ​1 Empire Tower 27F Unit 27024, South Sathon Rd., Yan Nawa, Sathon • Bangkok 10120 • Thailand

    [email protected]

    ไซเบอร์เนติกส์+© 2021 | ประกาศและนโยบาย
    Powered by Odoo

    Respecting your privacy is our priority.

    We use cookies to provide improved experience on this website. You can learn more about our cookies and how we use them in ourนโยบายคุกกี้.


    Allow the use of cookies from this website on this browser?

    Allow all cookiesOnly allow essential cookies