ระบบ ERP คืออะไร !? ทำไมทุกองค์กรต้องมี !?

ประโยคที่ว่า “Data is the new oil” สะท้อนโลกธุรกิจยุคดิจิทัลที่ข้อมูลได้กลายเป็นทรัพย์สินมีคุณค่าอย่างมหาศาล โดยบทความนี้ 
เราจะพูดถึงแนวทางการสร้าง Data-Driven Organization 
ด้วยระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) กันครับ

ปัจจุบันมีการนำระบบ ERP มาใช้ในองค์กรกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ แต่ในช่วงหลัง ๆ นี้ เริ่มขยายวงกว้างมาสู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีผู้พัฒนาระบบรายใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา จึงมีการแข่งขันกันสูงขึ้นตาม ส่งผลต่อราคาที่เริ่มปรับตัวลงหลายระดับ ทำให้รองรับกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้มากขึ้นนั่นเอง แล้ว ERP คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า ERP กันก่อนนะครับ


ระบบ ERP หรือย่อมาจาก "Enterprise Resource Planning"

คือ ระบบที่ใช้ในการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้มีการบริหารและใช้ทรัพยากรร่วมกันภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเป็นระบบที่เชื่อมโยงระบบงานต่าง ๆ ขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้การวางแผนและบริหารทรัพยากรของบริษัทนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายระบบมาก เช่น


  • ระบบงานทางด้านบัญชี และการเงิน (Financial & Accounting)
  • ระบบการจัดการงานขาย (Sales)
  • ระบบขายหน้าร้าน (POS)
  • ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (Purchase)
  • ระบบควบคุมคลังสินค้า (Inventory)
  • ระบบงานทรัพยากรบุคคล (Human Resource)
  • ระบบวางแผนการผลิต (Manufacturing)
  • ระบบงานซ่อมบำรุงและรักษา (Maintenance)
  • ระบบการกระจายสินค้า หรือการขนส่ง (Logistics)
  • ฯลฯ

นอกจากนี้ ก็ยังมีระบบโมดูลย่อย ๆ อีกหลายโมดูล โดยทุกระบบ ล้วนมีการทำงานที่สัมพันธ์และเชื่อมโยงถึงกัน และสุดท้ายปลายทางของข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำส่งเข้าระบบบัญชี ซึ่งเป็นระบบรั้งท้ายที่จะรับข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผลและนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ต่อได้อีกหลากหลายแขนง แล้ว ERP มีส่วนช่วยในการลดต้นทุนได้อย่างไร ทำไมระบบ ERP จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในแต่ละประเภทธุรกิจ และทำไมต้องใช้ ERP ในการบริหารงานองค์กร มาติดตามกันต่อเลยครับ...

ประโยชน์ของ ERP มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ดังนี้


  • ลดต้​น​ทุน


📌 ความสามารถในการจัดการได้ง่าย ฉับไว ไม่ซับซ้อน ส่งผ่านข้อมูลกันได้อย่างรวดเร็ว
💰 ​ความรวดเร็วฉับไว ทำให้ลดเวลา = ลดต้นทุน
📌 ลดขั้นตอนและกระบวนการในการทำงานให้น้อยลง ทำให้ลดเวลาในการทำงานในองค์กร สามารถนำแรงงานคนไปพัฒนางานในส่วนอื่นได้
💰 ลดขั้นตอน ลดเวลา = ลดต้นทุน
📌 สามารถอนุมัติเอกสารต่าง ๆ แบบ Online ได้ เช่น เอกสารใบขอซื้อ, ใบสั่งซื้อ, ใบรับคำสั่งขาย ทำให้มีการตรวจสอบเอกสารอย่างรัดกุม
💰 ลดงานเอกสาร = ลดต้นทุน
📌 สามารถบำรุงรักษาระบบได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่พิเศษเฉพาะทาง
💰 ลดงานคน = ลดต้นทุน


  • ได้​กำไรในเชิงเวลา


📌 ลดความซ้ำซ้อนของระบบการทำงานในองค์กร เนื่องจาก ERP เป็นระบบการทำงานที่เชื่อมโยงทั่วถึงทุกระบบงาน
💰 ลดความซ้ำซ้อน = ได้กำไรในเชิงเวลา
📌 สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของข้อมูลได้ตลอดเวลา ข้อมูลที่เกิดขึ้นถูกต้องแบบ Real time
💰 ได้ข้อมูลถูกต้องรวดเร็ว = ได้กำไรในเชิงเวลา
📌 สามารถเข้าถึงรายงานวิเคราะห์ข้อมูลทั้งองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
💰 ความรวดเร็ว = ได้กำไรในเชิงเวลา
📌 กรณีกิจการมีหลายสาขา สามารถดูข้อมูลแบบรวมสาขา หรือแยกสาขาได้ จากศูนย์กลาง
ที่เดียว
💰 รวบข้อมูลจากที่เดียว = ได้กำไรในเชิงเวลา
  • ได้กำไรในเชิงคุณค่า


📌 ช่วยให้การทำงานของคนง่ายขึ้น สามารถวางแผนการทำงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถของคนในการจดจำ
💰 ทำงานง่าย = ได้กำไรในเชิงคุณค่า
📌 สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อการวิเคราะห์ย้อนหลัง ได้ไม่จำกัดปี
💰 เก็บประวัติได้ = ได้กำไรในเชิงคุณค่า
📌 มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล สามารถแยกตามสิทธิ์การใช้งานโปรแกรมตามที่กำหนดได้
💰 รักษาความปลอดภัย = ได้กำไรในเชิงคุณค่า
📌 ระบบรองรับการเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ ได้หลากหลาย และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้
💰 รองรับสิ่งใหม่ ๆ = ได้กำไรในเชิงคุณค่า

ระบบ ERP ในปัจจุบัน ถูกจำแนกออกมาอย่างชัดเจน เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มซอฟท์แวร์ระดับโลก 

ได้แก่ SAP, MS Dynamic, Oracle NetSuite, และ Odoo เป็นต้น กลุ่มนี้มักนิยมใช้ในองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากความน่าเชื่อถือสูง รองรับข้อมูลจำนวนมากได้เป็นอย่างดี และยังได้รับการยอมรับจากคู่ค้าทางธุรกิจอีกด้วย หากกิจการมีงบประมาณตั้งแต่ 2-5 ล้าน เป็นต้นไป และต้องการเลือกใช้ซอฟท์แวร์เข้ามาบริหารงานแนะนำให้เลือกกลุ่มนี้ เนื่องจากความน่าเชื่อถือ และการบำรุงรักษา แก้ไขปัญหาการใช้งาน พร้อมกับปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ตามความต้องการขององค์กรนั่นเอง สำหรับปัญหาของการใช้ซอฟท์แวร์ระดับโลก หลัก ๆ คือ ราคาที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มนำมาใช้งาน (Implementation) การปรับแต่ง (Customization) ค่าบำรุงรักษาประจำปี (Service Fee) รวม
ไปถึงค่าฝึกอบรม (Training) เป็นต้น ซึ่งกิจการของท่านจะต้องสำรองงบประมาณไว้ในแต่ละปี (Budget) ในระดับที่มากกว่า 1 ล้านบาท

2. กลุ่มซอฟท์แวร์สำเร็จรูป 

ที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด อาทิ โปรแกรมบัญชี, โปรแกรมการขาย, โปรแกรมการผลิต และโปรแกรมบริหารงานบุคคล เป็นต้น ข้อดีของซอฟท์แวร์ลักษณะดังกล่าว คือ ราคาที่ถูกกว่า และ
ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานเฉพาะด้าน แต่ข้อเสีย หรือข้อจำกัดของการใช้ซอฟท์แวร์สำเร็จรูป
ก็คือ ข้อมูลที่ได้ไม่เชื่อมโยงกัน เพราะเป็นโปรแกรมแยก, ความยุ่งยากในการแก้ไข ปรับแต่งระบบ, ความน่าเชื่อถือของในบางบริษัทไม่มี เมื่อนำซอฟท์แวร์ไปใช้อาจจะมีความผิดพลาด และไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรก็เป็นได้       

3. กลุ่มซอฟท์แวร์ ERP ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส (Open Source) 

ได้แก่ Odoo และ ERPNext เป็นต้น กลุ่มนี้มีความสามารถเทียบเท่ากับซอฟท์แวร์ระดับโลก ในราคาที่ถูกลง และมีโมดูลต่าง ๆ ให้เลือกอย่างมากมาย ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับองค์กร และงบประมาณที่มีได้ ซึ่งหากกิจการท่านอยู่ในระดับกลาง หรือขนาดเล็ก ที่มีงบประมาณ 1 แสนถึง 1 ล้านต้น ๆ แนะนำให้ใช้ซอฟท์แวร์กลุ่มนี้ เนื่องจากราคา และความสามารถในการปรับแต่งระบบให้เข้ากับองค์กรของท่านได้ด้วย

     

สังเกตได้ว่าผู้เขียนระบุว่า Odoo เป็นทั้งกลุ่มซอฟท์แวร์ระดับโลก
และโอเพ่นซอร์ส เนื่องจาก Odoo รวมข้อดีของกลุ่มซอฟท์แวร์ทั้ง 
2 ประเภท เข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าสนใจเป็นอย่างมาก  
ทำความรู้จักกับ Odoo

Odoo ย่อมาจาก "On Demand Open Object" ซึ่งมีความหมายว่า การเพิ่มฟังก์ชั่นได้ตามความต้องการ Odoo คือ ชุดโปรแกรมจัดการทางธุรกิจที่สามารถบูรณาการระบบให้ทุกส่วนภายในองค์กรทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ โดยระบบ Odoo ถือกำเนิดมาจากประเทศเบลเยี่ยม คิดค้นขึ้นโดย Mr. Fabien Pinckaers ในปี ค.ศ. 2002 โดยแต่เดิมมีชื่อว่า "TinyERP" จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็น "OpenERP" และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "Odoo" และใช้มาตลอดจนถึงปัจจุบันระบบ Odoo เป็น ERP 
ที่เขียนด้วยภาษา Python ซึ่งเป็นภาษายอดนิยมของระบบ ERP ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก รวมถึงสามารถพัฒนาและปรับแต่งให้ครอบคลุมกับการทำงานขององค์กรธุรกิจได้


|โดยปัจจุบัน Cybernetics+ เป็น Odoo Official Partner ที่อยู่ในระดับ Gold Partner ซึ่งเป็น Partner ประจำประเทศไทยที่ใช้ระยะเวลา "เร็วที่สุด" ในการอยู่ในระดับ Gold ด้วยอัตราการเติบโตของพวกเราอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อ Cybernetics+ 

ถ้าหากธุรกิจของท่านมีความสนใจเกี่ยวกับระบบ Odoo ERP ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Cybernetics+ ได้ที่...

https://www.cybernetics.plus/services/odoo-erp
ระบบ ERP คืออะไร !? ทำไมทุกองค์กรต้องมี !?
Rattanasak Wannakul 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2023
แชร์โพสต์นี้
แท็ก
บล็อกของเรา
เก็บถาวร
PLM คืออะไร!? ดียังไง!? ทำไมต้องมี!?
สร้างความยั่งยืนขององค์กรผ่านระบบ ERP ในแง่มุมของ Product Life Cycle Management (PLM)