Skip to Content
Cybernetics+
  • เกี่ยวกับเรา
  • บริการ
    • Odoo ERP
    • การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ
    • ความปลอดภัยทางไซเบอร์
    • ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน
    • PDPA
  • บทความ
  • ร่วมงานกับเรา
  • แจ้งปัญหา
  • ติดต่อเรา
  • ​ +66 2 096 55 41
  • ลงชื่อเข้าใช้
  • EN JA TH
Cybernetics+
      • เกี่ยวกับเรา
      • บริการ
        • Odoo ERP
        • การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ
        • ความปลอดภัยทางไซเบอร์
        • ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน
        • PDPA
      • บทความ
      • ร่วมงานกับเรา
      • แจ้งปัญหา
      • ติดต่อเรา
    • ​ +66 2 096 55 41
    • EN JA TH
    • ลงชื่อเข้าใช้

    MRP คืออะไร? เข้าใจระบบวางแผนวัสดุใน 5 นาที และเหตุผลที่ธุรกิจต้องเชื่อมต่อกับ ERP

  • บล็อกทั้งหมด
  • Digital Solutions
  • MRP คืออะไร? เข้าใจระบบวางแผนวัสดุใน 5 นาที และเหตุผลที่ธุรกิจต้องเชื่อมต่อกับ ERP
  • 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 โดย
    MRP คืออะไร? เข้าใจระบบวางแผนวัสดุใน 5 นาที และเหตุผลที่ธุรกิจต้องเชื่อมต่อกับ ERP
    Rinyaphat Pornanantawit
    | ยังไม่มีความคิดเห็น

    ​​​ในขณะที่กลุ่มอุสาหกรรมการผลิตมีการแข่งขันที่สูงขึ้น หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ธุรกิจการผลิตจะนำมาใช้คือ MRP หรือ Material Requirements Planning (การวางแผนความต้องการวัสดุ) แต่ MRP คืออะไรกันแน่? และทำไมการทำงานร่วมกับระบบ ERP ถึงทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจหลักการทำงานและความสำคัญของ MRP รวมถึงเหตุผลว่าทำไมการผสมผสานร่วมกับ ERP จึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

    MRP คืออะไร? 

    ระบบ MRP เปรียบเสมือน "ผู้ช่วยวางแผน" สำหรับฝ่ายผลิต โดยระบบจะช่วยวางแผนและคำนวณความต้องการวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบให้สอดคล้องกับแผนการผลิตหลัก (MPS) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีวัสดุ "ที่ใช่ ปริมาณพอดี ในเวลาที่เหมาะสม" ลดปัญหาวัตถุดิบขาดหรือค้างสต็อก ช่วยให้การผลิตเดินหน้าต่อเนื่องและควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ


    a factory filled with lots of orange machines

    ระบบการทำงาน MRP ประกอบด้วย 3 หลักสำคัญ ได้แก่ :

    ​​1. แผนการผลิตหลัก (Master Production Schedule - MPS) : นี่คือหัวใจสำคัญของระบบ MPS จะระบุรายละเอียดของสินค้าสำเร็จรูปที่ต้องการผลิต รวมถึงชนิด, จำนวน, และกำหนดส่งมอบในแต่ละช่วงเวลา เปรียบเสมือน "ตารางการสั่งงาน" สำหรับการผลิต


    ​2. รายการวัสดุ (Bill of Materials - BOM) : คือรายการหรือสูตรการผลิต ที่ใช้แสดงข้อมูลต่าง ๆ ของสินค้า วัตถุดิบ, ส่วนประกอบย่อย, และชิ้นส่วนต่างๆ ที่จำเป็นในการผลิตสินค้าสำเร็จรูปแต่ละหน่วย รวมถึงปริมาณที่ต้องใช้ของแต่ละรายการ


    ​3. ข้อมูลสถานะสินค้าคงคลัง (Inventory Status) : ข้อมูลนี้จะแสดงปริมาณวัตถุดิบและส่วนประกอบทุกชนิดที่มีอยู่ในคลังสินค้า ณ ปัจจุบัน รวมถึงสถานะต่างๆ เช่น ปริมาณที่พร้อมใช้งาน, ปริมาณที่ถูกจองไว้, หรือปริมาณที่กำลังรอการตรวจสอบ


    a machine that is inside of a building

    เมื่อระบบ MRP ได้รับข้อมูลทั้ง 3 ส่วนจะทำการเข้าสู่กระบวนการทำงานเพื่อสร้างแผนการจัดซื้อและการผลิตที่มีประสิทธิภาพ :

    ขั้นตอน

    1. วิเคราะห์ความต้องการ 

    (Gross Requirements)


    2. คำนวณความต้องการสุทธิ 

    (Net Requirements)


    3. เปรียบเทียบกับสินค้าคงคลัง 

    (Planned Order Receipts)


    4. วางแผนจัดซื้อ/ผลิต 

    (Planned Order Releases)


    รายละเอียด

    MRP จะเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ MPS เพื่อระบุความต้องการสินค้าสำเร็จรูปในแต่ละช่วงเวลาตามแผน

    การคำนวณวัตถุดิบและส่วนประกอบต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการผลิตสินค้าสำเร็จรูปในแต่ละช่วงเวลา

    ระบบจะนำความต้องการวัตถุดิบที่คำนวณได้มาเปรียบเทียบกับปริมาณสินค้าคงคลังที่มีอยู่ เพื่อระบุปริมาณวัตถุดิบที่ยังขาด

    หากปริมาณวัตถุดิบคงคลังไม่เพียงพอ ระบบก็จะวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบที่ต้องการจาก Suppliers โดยจะพิจารณาถึง (Lead Time) ในการจัดซื้อ หรือวางแผนการผลิตส่วนประกอบภายในองค์กรเอง โดยคำนึงถึง Lead Time ในการผลิตเช่นกัน

    ​

    เหตุผลที่ทำไมหลายธุรกิจถึงเลือกใช้

    MRP ร่วมกับ ERP 

    ​ ​ ​1. การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ :

    การเชื่อมโยงของข้อมูลจาก MRP จะถูกอัปเดตและซิงค์เข้ากับระบบ ERP ทันที เช่น คำสั่งซื้อ, การผลิต, การจัดส่ง และสินค้าคงคลัง ทำให้ทุกแผนกสามารถเห็นข้อมูลตรงกัน เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการสื่อสารได้



    ​​ ​ ​2. วางแผนและจัดสรรทรัพยากรที่ดี :

    ระบบ ERP จะดึงข้อมูลจาก MRP เพื่อนำไปจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ เช่น แรงงาน, เครื่องจักร และวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดการขาดแคลนทรัพยากรและการสั่งซื้อเกินความจำเป็น



    ​ ​3. บริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ :

    เมื่อมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ การทำงานของระบบ MRP จะคำนวณความต้องการวัสดุจากแผนการผลิต และ ERP จะติดตามสถานะสินค้าคงคลัง ทำให้สามารถลดต้นทุนการจัดเก็บและป้องกันการขาดแคลนสินค้าได้



    ​​ ​ ​4. ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต :

    การจัดการข้อมูลที่เป็นระบบจะช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดการผลิตเกินและของเสีย ทำให้การผลิตมีคุณภาพหรือก็คือมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



    ​ ​5. ตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ :

    ข้อมูลจาก MRP และ ERP ที่เชื่อมโยงกันก็จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์สถานะการผลิตและการจัดซื้อได้ทันที ทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ


    สรุป

    การใช้ MRP ร่วมกับ ERP ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกระบวนการผลิตและทรัพยากรขององค์กร ถึงแม้ว่า MRP จะมีความสามารถในการวางแผนความต้องการในการใช้วัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การทำงานร่วมกับ ERP ก็จะช่วยให้องค์กรหรือผู้บริหารสามารถวางแผนการผลิต บริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

    สนใจติดตั้งระบบ ERP ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา  ติดต่อเรา


    นิ้ว Digital Solutions
    # Odoo ERP
    แท็ก
    Odoo ERP
    เก็บถาวร
    ลงชื่อเข้าใช้ ที่จะแสดงความคิดเห็น
    ลงทุนระบบ ERP แล้ว ลดต้นทุนได้จริงไหม?

    ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน

    ติดต่อเราแล้วเปลี่ยนบริษัทของคุณให้เป็นพื้นที่ทำงานที่ดียิ่งขึ้น
    ติดต่อเรา

    ​1 Empire Tower 27F Unit 27024, South Sathon Rd., Yan Nawa, Sathon • Bangkok 10120 • Thailand

    [email protected]

    ไซเบอร์เนติกส์+© 2021 | ประกาศและนโยบาย
    Powered by Odoo

    Respecting your privacy is our priority.

    We use cookies to provide improved experience on this website. You can learn more about our cookies and how we use them in ourนโยบายคุกกี้.


    Allow the use of cookies from this website on this browser?

    Allow all cookiesOnly allow essential cookies